================================================== -->

pssu8881️⃣LOOK618

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Aristotle I count him braver who overcomes his desires than him overcomes his enemies, for the hardest victory is victory over self- ผู้ที่สามารถเอาชนะความกระหายอยากของตัวเองได้นั้น ข้าพเจ้าถือว่าเป็นผู้ที่กล้าหาญยิ่งกว่าผู้ที่เอาชนะศัตรู ด้วยเหตุเพราะการเอาชนะตนเอง คือชัยชนะที่ยากเย็นที่สุด

  • เยี่ยมชมบล็อก:494231
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 182
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-08-02 13:11:29
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ผู้คร่ำหวอดวงการการเมือง อุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย แม้การเมืองเริ่มคลายล็อกไว้บ้าง ที่เป็นธรรมดาคนการเมืองก็ต้องเตรียมพร้อมเพื่อเดินสู่สนามการเลือกตั้งในปี 2562 เรื่องการเมือง เกาะติดสถานการณ์ หากเห็นอะไรขัดหูขัดตา ขัดความรู้สึก ออกมาให้ความเห็นเสมอ

ที่เก็บบทความ

2015(30)

2014(444)

2013(622)

2012(832)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: เครือข่ายวิทยุและโทรทัศน์ Chifeng

bet911 pantip, จะให้สรุปว่าไงดี? เป็นเรื่องน่าประหลาดใจเลยทีเดียว เมื่อมีข่าวมนุษย์ป้าวัย 64 ปี ขับกระบะซิ่งฝ่าไฟแดงจนเป็นเหตุให้มีการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนรถหลายคัน!!! ศูนย์เฉพาะกิจฯ ห่วงไทยยังเผชิญร่องความกดอากาศต่ำอ่าวเบงกอล ส่งผล 38 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก พร้อมเฝ้าระวังระดับแม่น้ำ 4 สายหลัก แม่ฮ่องสอน ยังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากน้ำป่าซัดศูนย์พักพิงชั่วคราวสบเมยอีก 6 ราย หลังพบแล้ว 2 ศพ เมื่อวันพุธ นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ขณะนี้พายุมังคุดสลายตัวแล้ว แต่ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำที่อ่าวเบงกอล ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ นายสำเริงกล่าวว่า พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 38 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล สงขลา ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาถึงปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบมีฝนตกหนักถึงหนักมากใน 18 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำไหลหลาก แบ่งเป็น ภาคเหนือ น่าน 134 มม, ลำปาง 97 มม, เชียงราย 90 มม, พะเยา 88 มม, อุตรดิตถ์ 83 มม, แพร่ 80 มม, สุโขทัย 80 มม, เชียงใหม่ 73 มม, ตาก 49 มม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย 78 มม, หนองคาย 61 มม ภาคกลาง กำแพงเพชร 77 มม ภาคตะวันออก ตราด 110 มม, นครนายก 100 มม, จันทบุรี 70 มม ภาคตะวันตก กาญจนบุรี 53 มม, ประจวบคีรีขันธ์ 46 มม และภาคใต้ ระนอง 90 มม ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ฝนตั้งแต่วันที่ 20-24 กย พบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเริ่มมีปริมาณฝนลดลง ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำ-ลำน้ำที่สำคัญที่มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งและยังมีฝนตกต่อเนื่อง ได้แก่ แม่น้ำน่าน อเวียงสา จน่าน, แม่น้ำนครนายก บริเวณ อองครักษ์ จนครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี จปราจีนบุรี, แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ จกาญจนบุรี และแม่น้ำในภาคใต้ คลองละงู บริเวณ ตละงู อละงู จสตูล, คลองนางน้อย ตนาโยงใต้ อเมืองฯ จตรัง ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว นายสำเริงกล่าวว่า สำหรับอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุมและปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ จากเมื่อวานนี้ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จสกลนคร 102%, เขื่อนแก่งกระจาน จเพชรบุรี คิดเป็น 97%, เขื่อนนฤบดินทรจินดา จปราจีนบุรี 94%, เขื่อนวชิราลงกรณ จกาญจนบุรี 93%, เขื่อนขุนด่านปราการชล จนครนายก 86% ล่าสุดศูนย์เฉพาะกิจฯ เพิ่มการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์เขื่อนลำตะคอง จนครราชสีมา อีก 1 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 258 ล้าน ลบม คิดเป็น 82% ปริมาณน้ำไหลเข้า 164 ล้าน ลบม ปริมาณน้ำระบายออก 017 ล้าน ลบม เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ไม่มาก สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำจึงยังไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง ทั้งนี้ จะมีการปรับแผนการระบายน้ำตามสภาพน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างฯ และต้องติดตามสถานการณ์ฝนในพื้นที่ จึงส่งผลให้เขื่อนเฝ้าระวังพิเศษขณะนี้มีทั้งสิ้น 6 แห่ง นายสำเริงกล่าว ที่ จแม่ฮ่องสอน ความคืบหน้าการค้นหาผู้ที่ยังสูญหายจากเหตุน้ำป่าไหลเข้าท่วมที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่ละอูน อสบเมย จแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นวันที่ 3 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมถึงชาวบ้านยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายและเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในศูนย์อพยพฯ หลังช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และยังเหลือผู้สูญหายอีก 6 ราย นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้จัดทีมแพทย์เข้าไปดูผู้บาดเจ็บ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาพร้อมจัดตั้งโรงครัวจิตอาสา เพื่อประกอบอาหารให้กับจิตอาสา พร้อมกับแบ่งกำลังออกค้นหาตลอดลำน้ำ ซึ่งคาดว่าจะให้จบภารกิจภายใน 21 กยนี้ ส่วนนายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้เส้นทางจากอำเภอสบเมยเข้าไปยังศูนย์อพยพแม่ละอูนเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางช่วงมีต้นไม้ล้มขวางถนน ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 4 ชั่วโมง จึงจะเข้าไปถึง โดยภาพรวมมีผลกระทบกับบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างภายในศูนย์พักพิง 120 ครัวเรือน 684 คน แต่จุดที่เกิดเหตุเสียหายทั้งหลังเพียง 7 หลัง เสียหายบางส่วน 6 หลัง มีบุคคลไร้ที่อยู่อาศัย 49 คน ให้ไปพักอาศัยอยู่กับญาติภายในศูนย์พักพิงเป็นการชั่วคราวไปก่อน การฟื้นฟูทางจังหวัดจะให้การสนับสนุนจากองค์กรเอกชนที่ดูแลศูนย์พักพิงจะเข้ามาดำเนินการ แต่คงให้สร้างอยู่ที่เดิมไม่ได้ เพราะพื้นที่เป็นไหล่เขาและติดริมน้ำ เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มลงมา จะจัดหาพื้นที่แห่งใหม่ที่ไม่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่ม ส่วนผู้เสียชีวิต 1 คนคือ เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ ญาติได้นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการค้นหาผู้สูญหายอีก 6 ราย รองผู้ว่าฯ จแม่ฮ่องสอนกล่าว บิ๊กป้อม ลั่นต้องจัดการโกงเงินผู้พิการ เครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ ร้อง ดีเอสไอ รับคดีโดนเจ้าหน้าที่รัฐอมเงินเป็นคดีพิเศษ พร้อมขอการคุ้มครองพยาน งัดหลักฐานโต้ พมขบวนการหักหัวคิวทำงานฟันเงินกว่า 15 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 19 กย พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม กล่าวถึงกรณีเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการร้องให้ตรวจสอบมูลนิธิต่างๆ ล่ารายชื่อคนพิการส่งไปยังกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกรมการจัดหางาน เพื่อเสนอโครงการจัดอบรมคนพิการ และขอรับเงินสนับสนุนแล้วมีการหักหัวคิวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการตามกฎหมาย หากพบความผิดก็ต้องดำเนินการ ที่ผ่านมา พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุไว้แล้วว่าใครทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องเงินทองให้ออกจากตำแหน่งโดยทันที และเมื่อวันอังคารก็ได้สั่งการชัดเจนในที่ประชุม ครม รองนายกฯ กล่าว ขณะที่นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ พร้อมคนพิการที่ถูกละเมิดสิทธิ เข้ายื่นหนังสือต่อ พตอไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผ่านนายบัณฑิต สังขนันท์ ผู้อำนวยการส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์ เพื่อขอให้รับกรณีเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อคนพิการเป็นคดีพิเศษ และขอให้มีการคุ้มครองพยาน นายปรีดากล่าวว่า เรื่องนี้มีความซับซ้อน จึงได้พยายามรวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อเปิดโปงให้เห็นถึงขบวนการมาเฟียคนพิการที่มีการละเมิดสิทธิคนพิการหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการจ้างงานตามมาตรา 33 ที่ระบุให้สถานประกอบการที่มีพนักงานในสัดส่วน 100 คน ต้องรับคนพิการเข้าทำงาน 1 คน หรือจ่ายเงินสมทบกองทุนคนพิการเพื่อส่งเสริมอาชีพให้คนพิการ ที่ผ่านมาแม้จะมีการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 ปรากฏว่าตัวเลขการจ้างงานไม่ตรงกับสิทธิของคนพิการ โดยพบว่าสถานประกอบการจำนวนมากจ่ายค่าหัวคิวให้กับขบวนการนี้ แต่ไม่มีคนพิการเข้าทำงานจริง หากสถานประกอบการไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงาน ก็ควรจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนคนพิการแทนการจ่ายค่าหัวคิว ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่รัฐที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทราบดี แต่ไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง จนทำให้คนพิการถูกละเมิดสิทธินับล้านคนทั่วประเทศ และมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าปีละ 1,500 ล้านบาทต่อปี นายปรีดากล่าว ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการกล่าวว่า ผู้พิการทั่วประเทศมีมากกว่า 1 ล้านคน มีการลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมคนพิการ กรมการจัดหางาน และสถานประกอบการเพื่อหางานให้แก่คนพิการจำนวน 65,000 คน โดยมีการจ้างงานคนพิการ 25,000 คน แต่มีคนพิการทำงานจริงจำนวน 20,000 คน ไม่ได้ทำงานจริง 5,000 คน คิดเป็นความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท การหักเงินสมทบตามมาตรา 34 ที่สถานประกอบการส่งเงินเข้ากองทุนคนพิการ 12,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้คิดแล้วเป็นการจ้างงานคนพิการเพียง 15,000 ราย ขณะที่มาตรา 35 เป็นเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมทั้งการฝึกอบรมจากสมาคมและมูลนิธิคนพิการ มีการแจ้งจำนวน 25,000 คน แต่ข้อเท็จจริงมีเพียง 15,000 คน ซึ่งรวมความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตตามมาตรา 33, 34 และ 35 รวมเป็นวงเงินมากกว่า 1,500 ล้านบาท ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการกล่าว ถามว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) ออกมาแถลงไม่มีการทุจริตเกี่ยวกับเงินคนพิการ นายปรีดากล่าวว่า พมแถลงข่าวเร็วเกินไป ควรที่จะตรวจสอบก่อน และจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตนไม่เชื่อว่าจะไม่มีการทุจริต โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือการตรวจสอบการจ้างงานจากกรมการจัดหางานระบุว่า บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีรับคนพิการรายหนึ่งเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 4 มค59 และผู้พิการรายนี้ได้ลาออกวันที่ 29 พย59 นายปรีดากล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าผู้พิการคนนี้ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยไม่เคยเข้าไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี แต่ได้รับเงินเดือนเดือนละ 7,000 บาท ส่วนอีก 2,000 บาท ถูกหักเป็นค่าหัวคิว หรือในกรณีที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีบุคคลมารับบัตรคนพิการในตำบลหนึ่งจำนวน 100 คน หลังจากนั้นได้นำบัตรพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมเงิน 500 บาท มามอบให้เท่านั้น โดยไม่มีการทำงานจริง ทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ ยอมรับว่าจำนวนคนพิการที่มาร้องเรียนมีจำนวนน้อย ซึ่งที่มาร้องเรียนผ่านตนเองก็มีไม่ถึง 50 คน เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่กล้าออกมา และไม่ทราบสิทธิ์ของตัวเอง รวมทั้งขอวิงวอนไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าอย่าโทรมาข่มขู่คุกคาม ขอให้กลับไปแก้ปัญหา ถ้าแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ใช้เวลาไม่น่าเกินหนึ่งเดือนในการตรวจสอบ เนื่องจากรายชื่อคนพิการทั้งหมดเข้าไปอยู่ในระบบ สามารถตรวจสอบได้ ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการกล่าว ด้านความคืบหน้ากรณีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกลไกในการปราบปรามการทุจริต คณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานไทย (ทอท) จำกัด รวม 14 คน, เอกชนกลุ่มคิงเพาเวอร์ 3 บริษัท และกรรมการผู้มีอำนาจ เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นกรรมการหรือผู้บริหารไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบฯ และเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทกระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ฯ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จากกรณีจำเลยได้ร่วมกันกระทำผิดข้อสัญญาที่ก่อหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนได้รับผลประโยชน์เกินกว่าที่สัญญาระบุไว้หรือไม่ จากการที่สัญญาระหว่าง ทอทกับคิงเพาเวอร์ ให้เก็บรายได้เข้ารัฐ 15% จากยอดการขายสินค้าหรือบริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่คณะกรรมการฯ อนุมัติให้เก็บเพียง 3% ก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐมูลค่า 14,290,660,119 บาทนั้น มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กยที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งคดีดังกล่าวในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ที่โจทก์ยื่นฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท352/2560 ซึ่งศาลได้ไต่สวนพยานบุคคลและหลักฐานเอกสารที่โจทก์นำสืบ และที่ฝ่ายจำเลยเสนอให้ศาลเรียกมาไต่สวนแล้ว ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า การกระทำที่โจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นความผิดตามฟ้องนั้น เกิดขึ้นก่อนที่โจทก์จะเข้าเป็นผู้มีชื่อถือหุ้นในบริษัทกลุ่มคิงเพาเวอร์ โจทก์จึงมิได้เป็นผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องฝ่ายจำเลยได้ จึงพิพากษายกฟ้อง วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ผ่านศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ดำเนินการเรียกชดใช้เงินแผ่นดินคืนจากผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีหน่วยงานของรัฐจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด (จีที 200) ตามแนวคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภค นายเรืองไกรกล่าวว่า กรณีนี้เกี่ยวกับเครื่องจีที 200 ในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีหนังสือเรื่องการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องจีที 200 เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม) รับทราบ ซึ่ง ครมได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 23 กพ2553 และมีมติว่ารับทราบผลการทดสอบประสิทธิภาพ รวมถึงให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินการประสานงานกับกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องชี้แจงทำความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและประชาชนในพื้นที่ที่ได้นำเครื่องจีที 200 ไปใช้ เกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องดังกล่าว รวมถึงให้ร่วมกันพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมให้การตรวจสอบวัตถุระเบิดของเจ้าหน้าที่ และให้ใช้เครื่องมืออื่นทดแทนเมื่อมีการยุติการใช้งานของเครื่องจีที 200 เหตุนี้เกิดขึ้นตามมติ ครม เมื่อวันที่ 23 กพ2553 ย่อมเป็นเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อแผ่นดิน เพราะมีการรับทราบผลการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องจีที 200 และให้ดำเนินการต่อไปโดยไม่ให้กระทบต่อเงื่อนไขหรือข้อผูกพันตามสัญญาที่หน่วยงานผู้ซื้อมีต่อบริษัทผู้จัดจำหน่าย และไม่พบข้อมูลว่ามีการรับไปพิจารณาตามความคิดทางกฎหมายของบริษัทผู้จำหน่ายเครื่องจีที 200 ตามมติ ครมอย่างไรหรือไม่ เรื่องดังกล่าวจึงเงียบหายไป ดังนั้นเมื่อผลการฟ้องคดีของกรมราชองครักษ์ปรากฏออกมา พลอประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงต้องตรวจสอบว่ามีการปล่อยปละละเลยเรื่องนี้หรือไม่ ตั้งแต่เมื่อใด หมดแล้วมูลค่าความเสียหายต่อเงินแผ่นดินมีจำนวนทั้งสิ้นเท่าใด และจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไปทั้งในทางแพ่งและทางอาญา นายเรืองไกรกล่าว

กกตประกาศจำนวน สสแต่ละจังหวัดแล้ว เผย 23 จังหวัด สสลดลง คงที่ 54 อีสานหาย 10 ที่นั่ง กทมเหลือ 30 คาดแบ่งเขตเลือกตั้ง สส 350 คนเสร็จภายใน 60 วัน อิทธิพร ย้ำมีการเลือกตั้งแน่ทุกอย่างเตรียมการตามขั้นตอน ปชปรับต้องปรับคนให้เหมาะสมกับจำนวน สส เพื่อแม้ว ไม่หวั่นแบ่งเขตใหม่ โวเหนือ-อีสานชาวบ้านยังหนุน ขณะที่อดีต สสตบเท้าเข้าพรรคถกลุยเลือกตั้งพร้อมดัน วิโรจน์ ขึ้นแท่นหัวหน้า สนธิรัตน์ นัดประกาศจุดยืน 1 ตคนี้ วัชระ ทิ้ง ชทพซบพลังประชารัฐ ลุ้น สมคิด-บิ๊กตู่ มาร่วม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) วันที่ 19 กันยายน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต แถลงถึงการออกระเบียบว่าด้วยแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) และการแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดว่า เมื่อ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเวลา 90 วัน ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยจะแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และอีก 30 วันที่เหลือ เปิดให้พรรคการเมืองตั้งกรรมการสรรหาคัดเลือกผู้สมัคร สำหรับขั้นตอนการแบ่งเขตจะเริ่มในวันนี้ คือผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะใช้เวลา 14 วัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อกำหนดรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในระเบียบ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 ตค2561 และใช้เวลาอีก 10 วัน ประกาศให้ประชาชน พรรคการเมือง ให้ความเห็น จากนั้นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะรวบรวมความเห็นภายใน 3 วัน คือ วันที่ 13 ตค เพื่อส่งให้กกตพิจารณาภายใน 20 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5 พย และนำส่งเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมแล้วประมาณ 55 วัน หากทำเสร็จเร็วก็จะทำให้พรรคการเมืองมีเวลาในการหาตัวผู้สมัคร โดยมีเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ยืนยันว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปตามหลักการเรื่องจำนวนราษฎรและจำนวน สสที่เปลี่ยนแปลงไป ยึดประชาชนเป็นหลักพร้อมรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้คำนึงว่าจะต้องให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นธรรม จึงไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น นายอิทธิพรกล่าว ประธาน กกตกล่าวถึงกรณีที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่ามีขบวนการชักชวนประชาชนให้กาบัตรเสียหรือโหวตโนว่า หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ กกตต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หากมีมูลก็ต้องรีบดำเนินการหาหลักฐาน ตนในฐานะ กกต มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและทำให้เกิดความมั่นใจว่ามีความพร้อมที่จะดำเนินการ ส่วนการหาเสียงยังต้องอยู่ภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสชที่ 57/2557 จนกว่าจะมีการเปิดโอกาสให้มีการหาเสียงได้ ซึ่งการหาเสียงต้องไม่กระทบกับการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ทุกอย่างชัดเจนแล้ว มีกฎหมายเลือกตั้ง สสและการได้มาซึ่ง สว กฎหมาย สวมีผลแล้ว กฎหมายเลือกตั้ง สสจะมีผล 11 ธค ทำให้มั่นใจการออกระเบียบเตรียมบุคลากร เราจะมีการเลือกตั้ง 150 วัน หลังจากนั้น ทุกคนต้องมีความพร้อม ข่าวก็เป็นความเห็นของปัจเจคบุคคลที่มีความห่วงใยได้ ส่วนการเชิญพรรคการเมืองหารือในวันที่ 28 กย เพื่อเป็นการสร้างความชัดเจนและความเข้าใจร่วมกันเพื่อตอบข้อสงสัย นายอิทธิพรกล่าวถึงเรื่องการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หาเสียงว่า คำสั่งหัวหน้า คสชที่ 13/2561 ถือเป็นการคลายล็อกแล้ว แต่การหาเสียงคำสั่ง คสชที่ 57/2557 ยังคงอยู่ คำสั่งหัวหน้า คสชที่ 3/2558 ก็ยังอยู่ ดังนั้นจึงยังหาเสียงไม่ได้ ส่วนระเบียบการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียขณะนี้การยกร่างความคืบหน้าไปอย่างน่าพอใจ คงไม่ห้ามหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่หาเสียงอย่างไรให้เหมาะสม ไม่กระทบกับการเลือกตั้ง ไม่ถึงกับการควบคุม เพียงแต่อาจจะมีบทบัญญัติว่าจะทำอะไรให้แจ้ง แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติ ด้าน พตอจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต แถลงว่า กกตได้เห็นชอบระเบียบ กกตว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง สส และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำหรับจำนวนราษฎรที่จะใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้งใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศเรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธค2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 กพ2561 โดยถือได้ว่าเป็นประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งตามที่ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสกำหนดไว้ ซึ่งจำนวนประชากรต่อ สส 1 คน จะใช้ประชากร 189,110 คน และแม้ว่าในอนาคตการเลือกตั้งจะไม่ใช่วันที่ 24 กพ62 และมีการประกาศจำนวนราษฎรใหม่ก็ไม่กระทบกับการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ดำเนินการไปเพราะกฎหมายยึดประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งอีสาน สสลด 10 ที่นั่ง วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ กกต เรื่องจำนวน สสแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยกำหนดให้ สสแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีจำนวน 350 คน แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวน สส 1 คน จังหวัดใดมีจำนวน สสได้ไม่เกิน 1 คน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีจำนวน สสได้เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวนเท่ากับจำนวน สสที่พึงจะมี โดยใช้จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธค60 ซึ่งมีจำนวน 66,188,503 คน เป็นฐานในการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 189,110 คนต่อ สส 1 คน มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน สสลดลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ทั้งสิ้น 23 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เดิม 33 คน เหลือ 30 คน, กระบี่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน, กาฬสินธุ์ เดิม 6 คน เหลือ 5 คน, ชัยภูมิ เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, เชียงใหม่ เดิม 10 คนเหลือ 9 คน, ตรัง เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, นครราชสีมา เดิม 15 คน เหลือ 14 คน, นครศรีธรรมราช เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, นนทบุรี เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, บุรีรัมย์ เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, พระนครศรีอยุธยา เดิม 5 คน เหลือ 4 คน, เพชรบูรณ์ เดิม 6 คนเหลือ 5 คน, แพร่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน, ร้อยเอ็ด เดิม 8 คน เหลือ 7 คน, เลย เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, สกลนคร เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, สระบุรี เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, สุพรรณบุรี เดิม 5 คนเหลือ 4 คน, สุรินทร์ เดิม 8 คน เหลือ 7 คน, อ่างทองเดิม 2 คน เหลือ 1 คน, อุดรธานี เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, อุตรดิตถ์ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน และอุบลราชธานี เดิม 11 คน เหลือ 10 คน นอกจากนี้ มี 54 จังหวัดที่มีจำนวน สสเท่าเดิม แม้ในจำนวนนี้จะมี 41 จังหวัดที่เมื่อนำจำนวนประชากร 189,110 คนมาคำนวณแล้วเหลือค่าเฉลี่ยที่มีผลทำให้ได้จำนวน สสเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นผลให้มีสสจำนวนเท่าเดิมกับปี 2557 ประกอบด้วย กาญจนบุรี 5 คน, กำแพงเพชร 4 คน, ขอนแก่น 10 คน, จันทบุรี 3 คน, ฉะเชิงเทรา 4 คน, ชลบุรี 8 คน, ชัยนาท 2 คน, ชุมพร 3 คน, เชียงราย 7 คน, ตราด 1 คน, ตาก 3 คน, นครนายก 1 คน, นครปฐม 5 คน, นครพนม 4 คน, นครสวรรค์ 6 คน, นราธิวาส 4 คน, น่าน 3 คน, บึงกาฬ 2 คน, ปทุมธานี 6 คน, ประจวบคีรีขันธ์ 3 คน, ปราจีนบุรี 3 คน, ปัตตานี 4 คน, พะเยา 3 คน, พังงา 1 คน, พัทลุง 3 คน, พิจิตร 3 คน, พิษณุโลก 5 คน, เพชรบุรี 3 คน, ภูเก็ต 2 คน, มหาสารคาม 5 คน, มุกดาหาร 2 คน, แม่ฮ่องสอน 1 คน, ยโสธร 3 คน, ยะลา 3 คน, ระนอง 1 คน, ระยอง 4 คน, ราชบุรี 5 คน, ลพบุรี 4 คน, ลำปาง 4 คน, ลำพูน 2 คน, ศรีสะเกษ 8 คน, สงขลา 8 คน, สตูล 2 คน, สมุทรปราการ 7 คน, สมุทรสงคราม 1 คน, สมุทรสาคร 3 คน, สระแก้ว 3 คน, สิงห์บุรี 1 คน, สุโขทัย 3 คน, สุราษฎร์ธานี 6 คน, หนองคาย 3 คน, หนองบัวลำภู 3 คน, อำนาจเจริญ 2 คน, อุทัยธานี 2 คน สรุปแล้วภาคเหนือเดิมมี สส 36 คน ลดเหลือ 33 คน, ภาคอีสานเดิมมี สส 126 คน ลดเหลือ 116 คน, ภาคกลางเดิมมี สส 82 คน ลดเหลือ 76 คน, ภาคใต้เดิมมี สส 53 คน ลดเหลือ 50 คน และ กทมเดิมมี สส 33 คน ลดเหลือ 30 คน ส่วนภาคที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงคือ ภาคตะวันออก มี สส 26 คน และภาคตะวันตก มี สส 19 คนเท่าเดิม สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ตามระเบียบ กกตว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง กำหนดให้ ผอกกตจังหวัดแบ่งเขตแต่ละจังหวัดตามจำนวน สสในสามรูปแบบ ภายใน 14 วัน และภายใน 10 วัน รับฟังความเห็นจากพรรคการเมือง ประชาชน จากนั้นภายใน 3 วัน ผอกกตจังหวัดประมวลความคิดเห็นว่าจะมีการปรับปรุงหรือไม่ รายงานต่อ กกต โดย กกตมีเวลา 20 วันในการพิจารณาเพื่อเลือกรูปแบบที่ดีที่สุด เพื่อประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมใช้เวลา 50 วัน ตามระเบียบของ กกต แต่กกตคาดการณ์ว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณกลางเดือนพย2561 ก่อนที่ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธค2561 จากนั้นจะเริ่มนับถอยหลัง 150 วันสู่การเลือกตั้งปรับคนตาม สสในพื้นที่ ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ดูแล กทม กล่าวถึงการประกาศจำนวน สสแต่ละจังหวัดว่า เป็นไปตามอัตราส่วน สสในสภาจาก 400 คน ลดลงมาเหลือ 350 คน หายไป 50 คน ดังนั้นจำนวน สสแต่ละจังหวัดก็ต้องลดลงหรือเท่าเดิมเป็นปกติ จะทำให้ในบางจังหวัดมีเขตลดลง แต่เรามี สสเก่าเกิน ก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าต้องขยับเอาคนออก ซึ่งคนที่ถูกออกก็ต้องพูดคุยกันว่าจะให้ไปทำอะไรตรงไหน เชื่อว่าส่วนมากพูดคุยกันได้ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทุกคนก็ทราบความเป็นจริงอยู่แล้วว่าต้องมีการปรับให้คนเหมาะสมกับจำนวน สสในแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ ส่วนพื้นที่ กทม เขตลดลงไป 3 เขต เหลือ 30 เขต ก็ไม่มีผลกระทบ เพราะเรามี สสกว่า 20 คน ดังนั้นก็หาคนลงไปในเขตที่ยังไม่มี สส ตอนนี้คนเกิน แต่ไม่มีเขตเพียงพอให้ลงมีคนหนุ่มคนสาวสนใจสมัครพอสมควรก็คงต้องดูข้อมูลให้เพียงพอก่อน นายองอาจยังกล่าวถึงกรณี พลอประยุทธ์ระบุว่าพรรคที่ได้เสียงมากสุดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลว่า เป็นหลักการปกติที่เราทำกันมาโดยตลอด ที่พรรคได้คะแนนเสียงจำนวน สสมากที่สุดก็จะจัดตั้งรัฐบาล ยกเว้นเขาไม่สามารถรวมเสียงได้มากพอ ก็ต้องไปรวมเสียงกับพรรคอื่นให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้ารวมไม่ได้ ก็ต้องเป็นพรรคอันดับ 2 อันดับ 3 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นนายกฯ พูดก็เป็นลักษณะทั่วไป ไม่ได้มีนัยอะไร นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชปกล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ลดลงว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบก็เหมือนกันทุกพรรค เพราะมีผลกับทุกพรรคการเมืองเหมือนกัน ส่วนไหนที่ลดจำนวนผู้แทนลงก็มีผลกระทบ ส่วนที่ พลอประยุทธ์พูดเรื่องพรรคที่ชนะเลือกตั้ง ได้คะแนนมากสุด เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ถูกตามหลักว่าพรรคที่ได้ที่หนึ่งก็ต้องไปรวบรวม สส ให้ได้เกินกึ่งหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องเป็นพรรคขนาดกลางรวมกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่า ท่าทีของ พลอประยุทธ์ที่ออกมาอย่างนี้ เพราะมั่นใจในพรรคที่สนับสนุนตัวเองว่าจะได้คะแนนมาเป็นที่ 1 นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า เขาอาจจะพูดได้ว่าเป็นที่ 1 แต่ในความเป็นจริงคงยาก อาจจะได้แค่ที่ 4 ที่ 5 ดังนั้นเขาอยากพูดอะไรก็ได้ ส่วน นพเชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ที่ สสเขตแต่ละจังหวัดใหญ่ๆ มีทั้งเพิ่มและลดจำนวน สสลงไปบ้างนั้น แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยพร้อมต่อสู้ ไม่ได้มองว่าการแบ่งเขตใหม่ เราจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ตราบใดในภาคเหนือ อีสาน ประชาชนยังเข้มแข็ง เชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังจะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยคือพรรคเพื่อไทยอยู่ดี ซึ่งตอนนี้กลายเป็นกระแสไปแล้ว อาจทำให้คสชกลัวเลยไม่กล้าปลดล็อก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างถล่มทลาย ไม่เพียงเรื่องคำสั่งคลายล็อกการเมืองที่ทำคนสับสน แม้แต่เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว ยังมีคนไม่เข้าใจอีกมาก ยังคิดว่าบัตรใบเดียวกาบาทได้ 2 ช่อง คือ เลือกทั้งคน ทั้งพรรค ทั้งที่ความเป็นจริงสามารถกากบาทได้เพียงช่องเดียว รวมทั้งการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียที่ไม่ชัดเจน อยากให้ กกตระบุให้ชัดว่าสิ่งใดที่พรรคทำได้หรือไม่ได้บ้าง ด้าน พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ปลดล็อกการเมืองทั้งหมดว่า ขอให้ครบ 90 วันก่อนถึงจะปลดล็อกทั้งหมด ซึ่ง พลอประยุทธ์ระบุแล้วว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง และมีการปลดล็อกให้ 9 ข้อแล้ว เพียงแต่ว่าไม่ให้โฆษณาชวนเชื่อ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ส่วนการหาเสียงเลือกตั้ง ต้องรอไปถึงเดือนธันวาคมนี้ ตอนนี้ยังห้ามไม่ให้พรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง เพราะการใช้โซเชียลมีเดียก็เหมือนกับการพูด ซึ่งทาง กกตจะมีหน้าที่พิจารณาว่าพรรคการเมืองใดที่ใช้โซเชียลมีเดียแล้วเข้าข่ายการหาเสียง ซึ่งก็ต้องมีบทลงโทษตามกฎหมาย ในช่วงนี้เราให้พรรคการเมืองจัดการประชุมพรรคได้อย่างอิสระ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนที่มีการกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ให้ช่วยนักการเมืองหาเสียง เพราะไม่ใช่หน้าที่ และตอนนี้ไม่ว่าใครก็หาเสียงไม่ได้ ตลอดจนถึงทหารที่ใส่เครื่องแบบไปเดินตามนักการเมือง วัชระ ทิ้ง ชทพซบ พปชร นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าตนจะลงเล่นการเมืองหลังจากมีข่าวว่าตนจะไปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคหรือหัวหน้าพรรคนั้นว่า จะแถลงข่าวความชัดเจนให้สาธารณชนทราบท่าทีในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าแกนนำกลุ่มสามมิตรซึ่งนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายอนุชา นาคาศัย และนายภิรมย์ พลวิเศษ จะเรียกประชุมแกนนำกลุ่มเพื่อหารือร่วมกันว่ากลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจไปสังกัดพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะไปสังกัดพรรคการเมืองใด เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราดูทิศทาง และลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาโดยตลอด จึงรู้ว่าประชาชนอยากให้เราไปสังกัดพรรคการเมืองไหน ขณะที่นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ) ตั้งโต๊ะแถลงการตัดสินใจลาออกจากพรรค ชทพว่า ได้ยื่นลาออกกับนายทะเบียนพรรคชทพ เมื่อวันที่ 17 กยที่ผ่านมา โดยได้ตัดสินใจและกลั่นกรองอย่างดี ที่ผ่านมามีจุดยืนที่จะทำงานให้กับนายบรรหาร ศิลปอาชา จนกระทั่งยุติบทบาททางการเมืองในนาม ชทพ และถึงเวลาที่ ชทพจะปรับโครงสร้างและองคาพยพของพรรค แต่ไม่ใช่เพื่อหลีกทางให้คนรุ่นใหม่ โดยเชื่อมั่นว่าการลาออกจะไม่กระทบกับชทพ เพราะมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ยืนยันไม่มีปัญหาพรรค ผู้ใหญ่ทุกคนเป็นเหมือนครูให้ความเมตตามีบุญคุณมาโดยตลอด นายวัชระกล่าวว่า จากนี้ตัดสินใจเข้าร่วมงานทางการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) เพราะชอบแนวคิดของนายชวน ชูจันทร์ ผู้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำงานภาคสังคม เป็นวิธีคิดที่ใช้งานได้ จึงประสานไปยังผู้ใหญ่ที่รู้จักกับนายชวน เพื่อขอเข้าพบและยื่นความประสงค์เข้าร่วมงาน โดยไม่มีเงื่อนไขใด แม้จะรู้จักนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ มาเป็นสิบปี แต่ไม่เคยทาบทามทางการเมือง ไม่ได้ถูกดูด เพราะไม่มีอามิสสินจ้างหรือตำแหน่งใดมาล่อ และจะไม่ขอรับตำแหน่งใดในรัฐบาลนี้ ส่วนตัวรอลุ้นว่านายสมคิด นายสนธิรัตน์ ถ้ามาร่วมพรรคก็จะเป็นเรื่องดี รวมถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเอง เพราะถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในช่วงรอยต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ และอนาคตที่จะเป็นายกรัฐมนตรีต่อ นายวัชระกล่าว นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรค ชทพ เปิดเผยว่า นายวัชระได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 17 กยที่ผ่านมา ซึ่งจะไม่กระทบกับการประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 2 ตคนี้ เพราะเป็นการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน เพื่อหารือเรื่องวาระการประชุมใหญ่ 5 ตคนี้ ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับนักการเมืองที่จะย้ายพรรค ซึ่งพรรคก็เปิดโอกาสให้กับทุกคน เหมือนกับนักฟุตบอลที่ย้ายสโมสร ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีใครย้ายออกหรือย้ายเข้า แต่ยอมรับว่ามีคนติดต่อมาค่อนข้างมาก และมากกว่าจำนวนที่ลาออก ส่วนการหารือร่วมกับ กกต วันที่ 28 กันยายนนี้ นายวราวุธกล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาต้องการสอบถามเกี่ยวกับขอบเขตที่ชัดเจนที่สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียพทคึกสุมหัวลุยเลือกตั้ง นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต สสอ่างทอง พรรค ชทพ กล่าวว่า การประชุมใหญ่พรรค ชทพในวันที่ 5 ตคนั้น เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคให้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นการเลือกผู้บริหารพรรคใหม่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยจะมีการเปลี่ยนทั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ซึ่งได้มีการหารือกันในเบื้องต้นแล้วว่า ขณะนี้ถึงเวลาของเจนเนอเรชั่นใหม่แล้ว ที่จะเข้ามามีบทบาทและทำนโยบายพรรค โดยมองว่านายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต สสสุพรรณบุรี มีความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต สสศรีสะเกษ พรรคชาติไทย เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค พรรค ชทพมีความชัดเจนว่าเราไม่เอานายกฯ คนนอกแน่นอน เราจะสนับสนุนหรือคัดเลือกคนในโดยเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย คือต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งเราจะไม่มีการเลือกคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ถูกพรรคการเมืองเสนอขึ้นมา นายภราดรกล่าว มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า วันเดียวกันนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของพรรค มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการแยกย่อยหลายวงประชุม อาทิ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งประกอบไปด้วยแกนนำพรรค อาทิ พลตทวิโรจน์ เปาอินทร์, นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้หารือถึงทิศทางของพรรค หลังจากมีคำสั่งหัวหน้า คสชที่ 13/2561 การปลดล็อกทางการเมือง โดยทางพรรคได้เตรียมแนวทางรองรับ ทั้งในแง่ขั้นตอนการร่างอุดมการณ์ ข้อบังคับพรรคใหม่ นโยบายใหม่ โครงสร้างพรรครูปแบบใหม่ รวมถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อมการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นอกจากนี้ยังมีวงของสมาชิก อดีต สสกทม และสมาชิกพรรค ว่าที่ผู้สมัคร สส ที่ได้มาร่วมหารือสถานการณ์การเมือง เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปี 2562 นพเชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยตัดสินใจให้ พลตทวิโรจน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคว่า ยังไม่ทราบ เพียงแต่รู้ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าทำงานกันเข้มแข็งและดีอยู่แล้ว ทั้ง พลตทวิโรจน์ นายภูมิธรรม ส่วนจะมอบหมายให้ใครเป็นหัวหน้า คงแล้วแต่สมาชิก และต้องผ่านการโหวตจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ส่วนที่ถามในขั้นตอนการเลือกหัวหน้านั้น จะมีการโหวตแข่งหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ แต่คิดว่าคงไม่น่ามี คงไม่มีใครแย่ง แปลกแต่จริง ไพร่ทาส พรรคเพื่อไทยและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) ทั้งระดับกระพี้ถึงระดับแกนนำมักพร่ำบอกเสมอๆ ว่าให้ก้าวข้าม ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีสถานะนักโทษหนีคดีกันได้แล้ว แต่ทำไมเวลา สัมภเวสี โพสต์หรือพร่ำเพ้อเรื่องใดๆ ผ่านช่องทางต่างๆ บรรดาคนที่ก้าวข้ามกลับหยิบยกหยิบจับขึ้นมาเป็นประเด็นร่ำไป๐ ดูอย่างกรณี บุตรชายสุดสวาท พานทองแท้ ชินวัตร ทวีตเหน็บเพจเฟซบุ๊กของศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ได้โพสต์อินโฟกราฟฟิกพร้อมข้อความ 4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง!!#สร้างไทยไปด้วยกัน ว่า พ่อซื้อเพจกองทัพไปแล้วเหรอครับ? ซึ่งลูกหาบรุ่นใหญ่อย่าง วัฒนา เมืองสุข ก็รี่ออกมาทวีตเช่นกัน ว่า 4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง เป็นคำขวัญเลือกตั้งของไทยรักไทยเมื่อปี 2548 ถ้าคิดจะลอกเลียนทุกอย่างลุงลองหัดลอกเลียนสมองทักษิณดีกว่า บ้านเมืองจะได้ไม่บรรลัยแบบนี้ จริงมั้ยครับลุงเสิ่นเจิ้น ๐ พิโธ่! เพิ่งรู้ว่า คำไทย มีการแสดงความเป็นเจ้าของกันได้ด้วย แล้ว ที่สำคัญหากลอกเลียนจริงก็เป็นแค่ คำ แต่ไม่ใช่พฤติกรรมเลียนแบบเรื่องชั่วๆอย่าง ซุกหุ้น หรือคอร์รัปชันโกงบ้านกินเมืองนะจ๊ะ ที่สำคัญ เสี่ยไก่ ก็ไม่ต้องทำหน้าที่เชลียร์ทุกบาททุกสตางค์ก็ได้ เพราะหาก รอด สันดอน คดีบ้านเอื้ออาทรไปได้ และผลการเลือกตั้งออกมาตามเป้าประสงค์ เก้าอี้ รัฐมนตรีเกรดเอ นั้นรออยู่ จากผลงานที่ผ่านมาไม่ต้องเพิ่มต้องเติมแล้วพี่น้อง๐ ที่ ขำไม่ออก อย่างหนักคือตัวของ นายเหลี่ยม เองที่ออกมาพร่ำเพ้อว่ารักประเทศบ้าง อยากเห็นการปรองดองบ้าง อโหสิกรรมบ้าง โดยอ้างเหตุ 12 ปีรัฐประหาร 2549 แหม! ทีครบ 10 ปี 11 ปีไม่เห็นออกมาขยับอะไรเลย เห็นชัดๆ ว่าต้องการปลุกสาวก และพวกคลั่งไคล้นั่นแล โดยเฉพาะหลังปี่กลองทางการเมืองเริ่มเชิดชิ่งหลังกฎหมายลูก 2 ฉบับประกาศใช้แล้ว๐ ขอฟันธงไว้ตรงนี้เลยว่า นับแต่นี้ เราจะเห็นการขยับขับเคลื่อนของ เหลี่ยมแม้ว และ นารีปู ถี่มากขึ้น และยิ่งหลังกฎหมาย สสมีผลบังคับใช้อย่างจริงจังจะยิ่งหนักกว่านี้แน่นอน๐ ล่าสุด ทักษิณ ออกมาทวีตตอบโต้ บิ๊กป้อม ที่ขึงขังว่า บ้านเมืองที่วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะใคร พร้อมทั้งให้ไปเคลียร์คดีก่อนว่า ท่าทีและน้ำเสียงขึงขังน่ากลัวจัง ไม่นุ่มนวลอ่อนหวานเหมือนตอนมาเกาะโต๊ะขอเป็น ผบทบเลย แหม! ลุงป้อมได้ฟังคงสะอึก แต่สังคมเขาก็เริ่มกังขาว่า แหน่ง ผบทบ มันขอกันได้ง่ายๆ อย่างนี้เหรอ จึงไม่น่าแปลกใจว่าจะมีชื่อ พลอชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบทบ ญาติผู้พี่ทักษิณ และ พลตอเพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบตร พี่เมียทักษิณได้นั่งเบอร์ 1 ของทหารและตำรวจด้วย งานนี้เป็นแบบ ขอ หรือ โบนัส เครือญาติกันเล่าเหลี่ยมจ๋า๐ ประกาศแล้วจ้า สำหรับการแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 เขตเลือกตั้ง โดย กทม ยังครองแชมป์สูงสุดเหมือนเดิม แต่ก็เป็นจังหวัดที่หายไปมากที่สุด 3 เก้าอี้เช่นกัน และหากพินิจรายภาคก็จะเห็นว่ามีการหายไปเช่นกัน โดย ภาคเหนือจาก 36 คน เหลือ 33 คน, อีสาน 126 คน เหลือ 116 คน, กลาง 82 คน เหลือ 76 คน และใต้ 53 คน เหลือ 50 คน ส่วนเก้าอี้ภาคตะวันออกและตะวันตกยังไม่เปลี่ยนแปลง๐ เรียกว่า ปี่กลอง เชิดก็คึกคักกันน่าดู ไม่ใช่เฉพาะในส่วนระดับ ผู้นำ พรรคเท่านั้น แต่รวมถึงบรรดานักการเมืองอาชีพทั้งหลายก็วิ่งขาขวิดในการสับโยกย้ายพรรคกันจ้าละหวั่นเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเห็นคร่าวๆ ว่าไผเป็นไผแล้ว แต่เชื่อว่าหลัง ปลดล็อกเต็มสูบในช่วงเดือน ธค คงได้เห็นกันแล้วว่าใครจะซบใคร ใครดูดใคร ที่สำคัญจะทำให้ อีแอบ ทั้งหลายเปิดตัวกันได้เต็มๆ เสียที๐ หันมาข่าวเศรษฐกิจกันบ้าง เมื่อ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง มีมติ 5:2 คงดอกเบี้ยนโยบายอยู่ 150% เพราะมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ ก็มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับติดลบ 01% และคงอัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ใกล้ระดับศูนย์เช่นกัน๐ อึ้ง! กับการลงโทษของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต) ในการสั่งพักการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุนด้านตลาดทุน นสสุชาดา กางถัน เป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ โดยแอบซื้อ-ขายหลักทรัพย์โดยลูกค้าไม่ได้สั่ง ซึ่งที่บอกว่าอึ้ง เพราะมีมูลค่า การแอบซื้อมูลค่าสูงถึงกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าไม่ทักท้วง แต่ที่เกิดเรื่องเพราะมีมาทักท้วงในภายหลัง ในมูลค่า 20-30 ล้านบาท ซึ่งการลงโทษกลับมีการสั่งพักแค่ 15 เดือนเท่านั้น อะไรมันจะเบาหวิวขนาดนั้น๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวฝรั่งมังค่าที่อาจสร้างความสะเทือนให้เพื่อนบ้านกันบ้าง เมื่อศาลอาญาระหว่างประเทศประกาศได้เริ่มกระบวนการสอบสวนในเบื้องต้น คดีกองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่แล้ว แหม! นี่ยุคประชาธิปไตยที่มี อองซาน ซูจี กุมบังเหียนประเทศนะจ๊ะ ตลกร้ายเสียจริงๆ๐โซเชียลระอุ! ป้อมเกาะโต๊ะขอตำแหน่ง VS แม้วเกาะแข้งเกาะขาขอสัมปทาน 19 กันยายน พศ 2561 เวลา 21:33 น กกตประกาศจำนวน สสแต่ละจังหวัดแล้ว เผย 23 จังหวัด สสลดลง คงที่ 54 อีสานหาย 10 ที่นั่ง กทมเหลือ 30 คาดแบ่งเขตเลือกตั้ง สส 350 คนเสร็จภายใน 60 วัน อิทธิพร ย้ำมีการเลือกตั้งแน่ทุกอย่างเตรียมการตามขั้นตอน ปชปรับต้องปรับคนให้เหมาะสมกับจำนวน สส เพื่อแม้ว ไม่หวั่นแบ่งเขตใหม่ โวเหนือ-อีสานชาวบ้านยังหนุน ขณะที่อดีต สสตบเท้าเข้าพรรคถกลุยเลือกตั้งพร้อมดัน วิโรจน์ ขึ้นแท่นหัวหน้า สนธิรัตน์ นัดประกาศจุดยืน 1 ตคนี้ วัชระ ทิ้ง ชทพซบพลังประชารัฐ ลุ้น สมคิด-บิ๊กตู่ มาร่วม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) วันที่ 19 กันยายน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต แถลงถึงการออกระเบียบว่าด้วยแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) และการแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดว่า เมื่อ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเวลา 90 วัน ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยจะแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และอีก 30 วันที่เหลือ เปิดให้พรรคการเมืองตั้งกรรมการสรรหาคัดเลือกผู้สมัคร สำหรับขั้นตอนการแบ่งเขตจะเริ่มในวันนี้ คือผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะใช้เวลา 14 วัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อกำหนดรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในระเบียบ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 ตค2561 และใช้เวลาอีก 10 วัน ประกาศให้ประชาชน พรรคการเมือง ให้ความเห็น จากนั้นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะรวบรวมความเห็นภายใน 3 วัน คือ วันที่ 13 ตค เพื่อส่งให้กกตพิจารณาภายใน 20 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5 พย และนำส่งเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมแล้วประมาณ 55 วัน หากทำเสร็จเร็วก็จะทำให้พรรคการเมืองมีเวลาในการหาตัวผู้สมัคร โดยมีเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ยืนยันว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปตามหลักการเรื่องจำนวนราษฎรและจำนวน สสที่เปลี่ยนแปลงไป ยึดประชาชนเป็นหลักพร้อมรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้คำนึงว่าจะต้องให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นธรรม จึงไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น นายอิทธิพรกล่าว ประธาน กกตกล่าวถึงกรณีที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่ามีขบวนการชักชวนประชาชนให้กาบัตรเสียหรือโหวตโนว่า หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ กกตต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หากมีมูลก็ต้องรีบดำเนินการหาหลักฐาน ตนในฐานะ กกต มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและทำให้เกิดความมั่นใจว่ามีความพร้อมที่จะดำเนินการ ส่วนการหาเสียงยังต้องอยู่ภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสชที่ 57/2557 จนกว่าจะมีการเปิดโอกาสให้มีการหาเสียงได้ ซึ่งการหาเสียงต้องไม่กระทบกับการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ทุกอย่างชัดเจนแล้ว มีกฎหมายเลือกตั้ง สสและการได้มาซึ่ง สว กฎหมาย สวมีผลแล้ว กฎหมายเลือกตั้ง สสจะมีผล 11 ธค ทำให้มั่นใจการออกระเบียบเตรียมบุคลากร เราจะมีการเลือกตั้ง 150 วัน หลังจากนั้น ทุกคนต้องมีความพร้อม ข่าวก็เป็นความเห็นของปัจเจคบุคคลที่มีความห่วงใยได้ ส่วนการเชิญพรรคการเมืองหารือในวันที่ 28 กย เพื่อเป็นการสร้างความชัดเจนและความเข้าใจร่วมกันเพื่อตอบข้อสงสัย นายอิทธิพรกล่าวถึงเรื่องการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หาเสียงว่า คำสั่งหัวหน้า คสชที่ 13/2561 ถือเป็นการคลายล็อกแล้ว แต่การหาเสียงคำสั่ง คสชที่ 57/2557 ยังคงอยู่ คำสั่งหัวหน้า คสชที่ 3/2558 ก็ยังอยู่ ดังนั้นจึงยังหาเสียงไม่ได้ ส่วนระเบียบการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียขณะนี้การยกร่างความคืบหน้าไปอย่างน่าพอใจ คงไม่ห้ามหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่หาเสียงอย่างไรให้เหมาะสม ไม่กระทบกับการเลือกตั้ง ไม่ถึงกับการควบคุม เพียงแต่อาจจะมีบทบัญญัติว่าจะทำอะไรให้แจ้ง แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติ ด้าน พตอจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต แถลงว่า กกตได้เห็นชอบระเบียบ กกตว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง สส และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำหรับจำนวนราษฎรที่จะใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้งใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศเรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธค2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 กพ2561 โดยถือได้ว่าเป็นประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งตามที่ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสกำหนดไว้ ซึ่งจำนวนประชากรต่อ สส 1 คน จะใช้ประชากร 189,110 คน และแม้ว่าในอนาคตการเลือกตั้งจะไม่ใช่วันที่ 24 กพ62 และมีการประกาศจำนวนราษฎรใหม่ก็ไม่กระทบกับการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ดำเนินการไปเพราะกฎหมายยึดประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งอีสาน สสลด 10 ที่นั่ง วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ กกต เรื่องจำนวน สสแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยกำหนดให้ สสแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีจำนวน 350 คน แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวน สส 1 คน จังหวัดใดมีจำนวน สสได้ไม่เกิน 1 คน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีจำนวน สสได้เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวนเท่ากับจำนวน สสที่พึงจะมี โดยใช้จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธค60 ซึ่งมีจำนวน 66,188,503 คน เป็นฐานในการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 189,110 คนต่อ สส 1 คน มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน สสลดลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ทั้งสิ้น 23 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เดิม 33 คน เหลือ 30 คน, กระบี่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน, กาฬสินธุ์ เดิม 6 คน เหลือ 5 คน, ชัยภูมิ เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, เชียงใหม่ เดิม 10 คนเหลือ 9 คน, ตรัง เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, นครราชสีมา เดิม 15 คน เหลือ 14 คน, นครศรีธรรมราช เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, นนทบุรี เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, บุรีรัมย์ เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, พระนครศรีอยุธยา เดิม 5 คน เหลือ 4 คน, เพชรบูรณ์ เดิม 6 คนเหลือ 5 คน, แพร่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน, ร้อยเอ็ด เดิม 8 คน เหลือ 7 คน, เลย เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, สกลนคร เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, สระบุรี เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, สุพรรณบุรี เดิม 5 คนเหลือ 4 คน, สุรินทร์ เดิม 8 คน เหลือ 7 คน, อ่างทองเดิม 2 คน เหลือ 1 คน, อุดรธานี เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, อุตรดิตถ์ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน และอุบลราชธานี เดิม 11 คน เหลือ 10 คน นอกจากนี้ มี 54 จังหวัดที่มีจำนวน สสเท่าเดิม แม้ในจำนวนนี้จะมี 41 จังหวัดที่เมื่อนำจำนวนประชากร 189,110 คนมาคำนวณแล้วเหลือค่าเฉลี่ยที่มีผลทำให้ได้จำนวน สสเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นผลให้มีสสจำนวนเท่าเดิมกับปี 2557 ประกอบด้วย กาญจนบุรี 5 คน, กำแพงเพชร 4 คน, ขอนแก่น 10 คน, จันทบุรี 3 คน, ฉะเชิงเทรา 4 คน, ชลบุรี 8 คน, ชัยนาท 2 คน, ชุมพร 3 คน, เชียงราย 7 คน, ตราด 1 คน, ตาก 3 คน, นครนายก 1 คน, นครปฐม 5 คน, นครพนม 4 คน, นครสวรรค์ 6 คน, นราธิวาส 4 คน, น่าน 3 คน, บึงกาฬ 2 คน, ปทุมธานี 6 คน, ประจวบคีรีขันธ์ 3 คน, ปราจีนบุรี 3 คน, ปัตตานี 4 คน, พะเยา 3 คน, พังงา 1 คน, พัทลุง 3 คน, พิจิตร 3 คน, พิษณุโลก 5 คน, เพชรบุรี 3 คน, ภูเก็ต 2 คน, มหาสารคาม 5 คน, มุกดาหาร 2 คน, แม่ฮ่องสอน 1 คน, ยโสธร 3 คน, ยะลา 3 คน, ระนอง 1 คน, ระยอง 4 คน, ราชบุรี 5 คน, ลพบุรี 4 คน, ลำปาง 4 คน, ลำพูน 2 คน, ศรีสะเกษ 8 คน, สงขลา 8 คน, สตูล 2 คน, สมุทรปราการ 7 คน, สมุทรสงคราม 1 คน, สมุทรสาคร 3 คน, สระแก้ว 3 คน, สิงห์บุรี 1 คน, สุโขทัย 3 คน, สุราษฎร์ธานี 6 คน, หนองคาย 3 คน, หนองบัวลำภู 3 คน, อำนาจเจริญ 2 คน, อุทัยธานี 2 คน สรุปแล้วภาคเหนือเดิมมี สส 36 คน ลดเหลือ 33 คน, ภาคอีสานเดิมมี สส 126 คน ลดเหลือ 116 คน, ภาคกลางเดิมมี สส 82 คน ลดเหลือ 76 คน, ภาคใต้เดิมมี สส 53 คน ลดเหลือ 50 คน และ กทมเดิมมี สส 33 คน ลดเหลือ 30 คน ส่วนภาคที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงคือ ภาคตะวันออก มี สส 26 คน และภาคตะวันตก มี สส 19 คนเท่าเดิม สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ตามระเบียบ กกตว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง กำหนดให้ ผอกกตจังหวัดแบ่งเขตแต่ละจังหวัดตามจำนวน สสในสามรูปแบบ ภายใน 14 วัน และภายใน 10 วัน รับฟังความเห็นจากพรรคการเมือง ประชาชน จากนั้นภายใน 3 วัน ผอกกตจังหวัดประมวลความคิดเห็นว่าจะมีการปรับปรุงหรือไม่ รายงานต่อ กกต โดย กกตมีเวลา 20 วันในการพิจารณาเพื่อเลือกรูปแบบที่ดีที่สุด เพื่อประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมใช้เวลา 50 วัน ตามระเบียบของ กกต แต่กกตคาดการณ์ว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณกลางเดือนพย2561 ก่อนที่ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธค2561 จากนั้นจะเริ่มนับถอยหลัง 150 วันสู่การเลือกตั้งปรับคนตาม สสในพื้นที่ ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ดูแล กทม กล่าวถึงการประกาศจำนวน สสแต่ละจังหวัดว่า เป็นไปตามอัตราส่วน สสในสภาจาก 400 คน ลดลงมาเหลือ 350 คน หายไป 50 คน ดังนั้นจำนวน สสแต่ละจังหวัดก็ต้องลดลงหรือเท่าเดิมเป็นปกติ จะทำให้ในบางจังหวัดมีเขตลดลง แต่เรามี สสเก่าเกิน ก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าต้องขยับเอาคนออก ซึ่งคนที่ถูกออกก็ต้องพูดคุยกันว่าจะให้ไปทำอะไรตรงไหน เชื่อว่าส่วนมากพูดคุยกันได้ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทุกคนก็ทราบความเป็นจริงอยู่แล้วว่าต้องมีการปรับให้คนเหมาะสมกับจำนวน สสในแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ ส่วนพื้นที่ กทม เขตลดลงไป 3 เขต เหลือ 30 เขต ก็ไม่มีผลกระทบ เพราะเรามี สสกว่า 20 คน ดังนั้นก็หาคนลงไปในเขตที่ยังไม่มี สส ตอนนี้คนเกิน แต่ไม่มีเขตเพียงพอให้ลงมีคนหนุ่มคนสาวสนใจสมัครพอสมควรก็คงต้องดูข้อมูลให้เพียงพอก่อน นายองอาจยังกล่าวถึงกรณี พลอประยุทธ์ระบุว่าพรรคที่ได้เสียงมากสุดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลว่า เป็นหลักการปกติที่เราทำกันมาโดยตลอด ที่พรรคได้คะแนนเสียงจำนวน สสมากที่สุดก็จะจัดตั้งรัฐบาล ยกเว้นเขาไม่สามารถรวมเสียงได้มากพอ ก็ต้องไปรวมเสียงกับพรรคอื่นให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้ารวมไม่ได้ ก็ต้องเป็นพรรคอันดับ 2 อันดับ 3 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นนายกฯ พูดก็เป็นลักษณะทั่วไป ไม่ได้มีนัยอะไร นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชปกล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ลดลงว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบก็เหมือนกันทุกพรรค เพราะมีผลกับทุกพรรคการเมืองเหมือนกัน ส่วนไหนที่ลดจำนวนผู้แทนลงก็มีผลกระทบ ส่วนที่ พลอประยุทธ์พูดเรื่องพรรคที่ชนะเลือกตั้ง ได้คะแนนมากสุด เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ถูกตามหลักว่าพรรคที่ได้ที่หนึ่งก็ต้องไปรวบรวม สส ให้ได้เกินกึ่งหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องเป็นพรรคขนาดกลางรวมกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่า ท่าทีของ พลอประยุทธ์ที่ออกมาอย่างนี้ เพราะมั่นใจในพรรคที่สนับสนุนตัวเองว่าจะได้คะแนนมาเป็นที่ 1 นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า เขาอาจจะพูดได้ว่าเป็นที่ 1 แต่ในความเป็นจริงคงยาก อาจจะได้แค่ที่ 4 ที่ 5 ดังนั้นเขาอยากพูดอะไรก็ได้ ส่วน นพเชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ที่ สสเขตแต่ละจังหวัดใหญ่ๆ มีทั้งเพิ่มและลดจำนวน สสลงไปบ้างนั้น แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยพร้อมต่อสู้ ไม่ได้มองว่าการแบ่งเขตใหม่ เราจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ตราบใดในภาคเหนือ อีสาน ประชาชนยังเข้มแข็ง เชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังจะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยคือพรรคเพื่อไทยอยู่ดี ซึ่งตอนนี้กลายเป็นกระแสไปแล้ว อาจทำให้คสชกลัวเลยไม่กล้าปลดล็อก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างถล่มทลาย ไม่เพียงเรื่องคำสั่งคลายล็อกการเมืองที่ทำคนสับสน แม้แต่เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว ยังมีคนไม่เข้าใจอีกมาก ยังคิดว่าบัตรใบเดียวกาบาทได้ 2 ช่อง คือ เลือกทั้งคน ทั้งพรรค ทั้งที่ความเป็นจริงสามารถกากบาทได้เพียงช่องเดียว รวมทั้งการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียที่ไม่ชัดเจน อยากให้ กกตระบุให้ชัดว่าสิ่งใดที่พรรคทำได้หรือไม่ได้บ้าง ด้าน พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ปลดล็อกการเมืองทั้งหมดว่า ขอให้ครบ 90 วันก่อนถึงจะปลดล็อกทั้งหมด ซึ่ง พลอประยุทธ์ระบุแล้วว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง และมีการปลดล็อกให้ 9 ข้อแล้ว เพียงแต่ว่าไม่ให้โฆษณาชวนเชื่อ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ส่วนการหาเสียงเลือกตั้ง ต้องรอไปถึงเดือนธันวาคมนี้ ตอนนี้ยังห้ามไม่ให้พรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง เพราะการใช้โซเชียลมีเดียก็เหมือนกับการพูด ซึ่งทาง กกตจะมีหน้าที่พิจารณาว่าพรรคการเมืองใดที่ใช้โซเชียลมีเดียแล้วเข้าข่ายการหาเสียง ซึ่งก็ต้องมีบทลงโทษตามกฎหมาย ในช่วงนี้เราให้พรรคการเมืองจัดการประชุมพรรคได้อย่างอิสระ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนที่มีการกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ให้ช่วยนักการเมืองหาเสียง เพราะไม่ใช่หน้าที่ และตอนนี้ไม่ว่าใครก็หาเสียงไม่ได้ ตลอดจนถึงทหารที่ใส่เครื่องแบบไปเดินตามนักการเมือง วัชระ ทิ้ง ชทพซบ พปชร นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าตนจะลงเล่นการเมืองหลังจากมีข่าวว่าตนจะไปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคหรือหัวหน้าพรรคนั้นว่า จะแถลงข่าวความชัดเจนให้สาธารณชนทราบท่าทีในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าแกนนำกลุ่มสามมิตรซึ่งนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายอนุชา นาคาศัย และนายภิรมย์ พลวิเศษ จะเรียกประชุมแกนนำกลุ่มเพื่อหารือร่วมกันว่ากลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจไปสังกัดพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะไปสังกัดพรรคการเมืองใด เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราดูทิศทาง และลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาโดยตลอด จึงรู้ว่าประชาชนอยากให้เราไปสังกัดพรรคการเมืองไหน ขณะที่นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ) ตั้งโต๊ะแถลงการตัดสินใจลาออกจากพรรค ชทพว่า ได้ยื่นลาออกกับนายทะเบียนพรรคชทพ เมื่อวันที่ 17 กยที่ผ่านมา โดยได้ตัดสินใจและกลั่นกรองอย่างดี ที่ผ่านมามีจุดยืนที่จะทำงานให้กับนายบรรหาร ศิลปอาชา จนกระทั่งยุติบทบาททางการเมืองในนาม ชทพ และถึงเวลาที่ ชทพจะปรับโครงสร้างและองคาพยพของพรรค แต่ไม่ใช่เพื่อหลีกทางให้คนรุ่นใหม่ โดยเชื่อมั่นว่าการลาออกจะไม่กระทบกับชทพ เพราะมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ยืนยันไม่มีปัญหาพรรค ผู้ใหญ่ทุกคนเป็นเหมือนครูให้ความเมตตามีบุญคุณมาโดยตลอด นายวัชระกล่าวว่า จากนี้ตัดสินใจเข้าร่วมงานทางการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) เพราะชอบแนวคิดของนายชวน ชูจันทร์ ผู้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำงานภาคสังคม เป็นวิธีคิดที่ใช้งานได้ จึงประสานไปยังผู้ใหญ่ที่รู้จักกับนายชวน เพื่อขอเข้าพบและยื่นความประสงค์เข้าร่วมงาน โดยไม่มีเงื่อนไขใด แม้จะรู้จักนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ มาเป็นสิบปี แต่ไม่เคยทาบทามทางการเมือง ไม่ได้ถูกดูด เพราะไม่มีอามิสสินจ้างหรือตำแหน่งใดมาล่อ และจะไม่ขอรับตำแหน่งใดในรัฐบาลนี้ ส่วนตัวรอลุ้นว่านายสมคิด นายสนธิรัตน์ ถ้ามาร่วมพรรคก็จะเป็นเรื่องดี รวมถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเอง เพราะถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในช่วงรอยต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ และอนาคตที่จะเป็นายกรัฐมนตรีต่อ นายวัชระกล่าว นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรค ชทพ เปิดเผยว่า นายวัชระได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 17 กยที่ผ่านมา ซึ่งจะไม่กระทบกับการประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 2 ตคนี้ เพราะเป็นการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน เพื่อหารือเรื่องวาระการประชุมใหญ่ 5 ตคนี้ ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับนักการเมืองที่จะย้ายพรรค ซึ่งพรรคก็เปิดโอกาสให้กับทุกคน เหมือนกับนักฟุตบอลที่ย้ายสโมสร ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีใครย้ายออกหรือย้ายเข้า แต่ยอมรับว่ามีคนติดต่อมาค่อนข้างมาก และมากกว่าจำนวนที่ลาออก ส่วนการหารือร่วมกับ กกต วันที่ 28 กันยายนนี้ นายวราวุธกล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาต้องการสอบถามเกี่ยวกับขอบเขตที่ชัดเจนที่สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียพทคึกสุมหัวลุยเลือกตั้ง นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต สสอ่างทอง พรรค ชทพ กล่าวว่า การประชุมใหญ่พรรค ชทพในวันที่ 5 ตคนั้น เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคให้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นการเลือกผู้บริหารพรรคใหม่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยจะมีการเปลี่ยนทั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ซึ่งได้มีการหารือกันในเบื้องต้นแล้วว่า ขณะนี้ถึงเวลาของเจนเนอเรชั่นใหม่แล้ว ที่จะเข้ามามีบทบาทและทำนโยบายพรรค โดยมองว่านายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต สสสุพรรณบุรี มีความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต สสศรีสะเกษ พรรคชาติไทย เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค พรรค ชทพมีความชัดเจนว่าเราไม่เอานายกฯ คนนอกแน่นอน เราจะสนับสนุนหรือคัดเลือกคนในโดยเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย คือต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งเราจะไม่มีการเลือกคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ถูกพรรคการเมืองเสนอขึ้นมา นายภราดรกล่าว มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า วันเดียวกันนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของพรรค มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการแยกย่อยหลายวงประชุม อาทิ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งประกอบไปด้วยแกนนำพรรค อาทิ พลตทวิโรจน์ เปาอินทร์, นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้หารือถึงทิศทางของพรรค หลังจากมีคำสั่งหัวหน้า คสชที่ 13/2561 การปลดล็อกทางการเมือง โดยทางพรรคได้เตรียมแนวทางรองรับ ทั้งในแง่ขั้นตอนการร่างอุดมการณ์ ข้อบังคับพรรคใหม่ นโยบายใหม่ โครงสร้างพรรครูปแบบใหม่ รวมถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อมการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นอกจากนี้ยังมีวงของสมาชิก อดีต สสกทม และสมาชิกพรรค ว่าที่ผู้สมัคร สส ที่ได้มาร่วมหารือสถานการณ์การเมือง เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปี 2562 นพเชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยตัดสินใจให้ พลตทวิโรจน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคว่า ยังไม่ทราบ เพียงแต่รู้ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าทำงานกันเข้มแข็งและดีอยู่แล้ว ทั้ง พลตทวิโรจน์ นายภูมิธรรม ส่วนจะมอบหมายให้ใครเป็นหัวหน้า คงแล้วแต่สมาชิก และต้องผ่านการโหวตจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ส่วนที่ถามในขั้นตอนการเลือกหัวหน้านั้น จะมีการโหวตแข่งหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ แต่คิดว่าคงไม่น่ามี คงไม่มีใครแย่ง

อ่าน(575) | แสดงความคิดเห็น(532) | ส่งต่อ(310) |

ก่อนหน้านี้:918 slot club v3 1️⃣2021

ต่อไป:สมัคร slot pg 1️⃣2021

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เอ็ดการ์ 2021-08-02

ฉี เฮียวกง และการสู้คราวนี้โดยปริมาณมันสมองในหัวกะโหลกของ นายใหญ่ คงน่าจะได้ข้อสรุปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ว่า โอกาสที่จะเอาชนะคะคาน กลับมาใหญ่ กลับมีอำนาจเหมียนเดิม ในช่วงระยะใกล้ๆ นั้น น่าจะไม่เหลือช่อง เหลือทางใดๆ โดยเด็ดขาด คือพูดง่ายๆ ว่าต่อให้แลนด์สไลด์ แอฝะลานช์ กันถึงระดับไหน แต่เมื่อต้องเจอกับวุฒิสมาชิก 250 คนในรัฐสภา เจอกับกองทัพบกภายใต้บารมีของ บิ๊กแดง ตลอดไปจนกองทัพเรือ กองทัพอากาศ ที่ผู้นำรุ่นราวคราวเดียวกันดาหน้าขึ้นมากันเป็นแผงๆ แถมต้องเจอกับเจ้าสัว เจริญเหล้า และ เจริญกับแกล้ม คอยชงเหล้าและคอยเสิร์ฟกับแกล้ม ให้กับปวงประดาขุนศึกทั้งหลาย ไม่ว่าหิมะถล่ม ดินทลาย ไปถึงขั้นไหน อย่างมากคงได้แต่ อดอยากปากแห้ง ในฐานะฝ่ายค้าน แบบที่อดีตนายกฯ บรรหาร ท่านเคยเอ่ยเอาไว้เป็นสัจธรรมนั่นแล

กนงเสียงแตก 5 ต่อ 2 คงดอกเบี้ยนโยบาย 15% จับตาสงครามการค้า-เลือกตั้ง ขุนคลัง ส่งซิกยังไม่เหมาะขึ้น ดบถึงสิ้นปี กรุงไทยคาดปรับเพิ่ม 025% ธค สมคิด สั่งพาณิชย์หามาตรการรับมือส่งออก หวั่นศึกสหรัฐ-จีนยืดเยื้อ เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง) เปิดเผยภายหลังการประชุม กนง ว่า ที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 150% ต่อปี โดยกรรมการส่วนใหญ่ยังต้องการให้คงดอกเบี้ยไว้ เพราะเห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจและสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่มีแรงส่งต่อเนื่อง โดยการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงบ้างจากนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องจากปัจจัยด้านรายได้ และการจ้างงานที่ปรับดีขึ้น แต่หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้การฟื้นตัวมีความค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวน้อยกว่าที่ประเมินไว้ นายจาตุรงค์กล่าวว่า กนงมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยประเมินว่าปี 2561 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 44% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 9% การลงทุนภาครัฐอยู่ที่ 61% ลดลงจากเดิมที่ 89% การลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ 37% การบริโภคภาคเอกชนอยู่ 42% และจำนวนนักท่องเที่ยว 383 ล้านคน ส่วนในปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 42% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 43% ลดลงจากเดิมที่ 5% จากผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยว 406 ล้านคน เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนอยู่ 2 เรื่องที่ต้องติดตามในระยะต่อไป คือ 1นโยบายกีดกันทางการค้า ที่สุดท้ายแล้วจะต้องดูว่าได้ข้อตกลงที่ชัดเจนหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจไทย และจะเห็นผลกระทบชัดเจนในปี 2562 และจะมีผลกระทบมากขึ้นในปี 2563-2564 และ 2การจัดการเลือกตั้งทั่วไป ที่สุดท้ายแล้วต้องดูว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งประมาณการล่าสุดยังไม่ได้รวมปัจจัยด้านการเลือกตั้งเข้าไป นายจาตุรงค์ ระบุ เลขานุการ กนงกล่าวว่า ความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากๆ จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่ง กนงไม่ได้บอกว่าจะเลิกนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากๆ ในช่วงใด ซึ่งในการประชุม กนงทุกครั้งจะมีการอัพเดตตัวเลข ข้อมูลทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้ที่ประชุมพิจารณา ทั้งนี้ ปัจจุบันภาวะการเงินโดยรวมยังมีเสถียรภาพ แต่ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ นอกจากเรื่องสงครามการค้า ที่ให้น้ำหนักมากที่สุด เช่น พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยที่ส่งผลให้มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อลดลง ตลอดจนหนี้ครัวเรือนที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังคงไม่สามารถไปสั่งการเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ กนงได้ แต่อยากให้พิจารณาถึงจังหวะและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศตอนนี้ด้วยว่า จังหวะแบบนี้ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ควรจะยืนในระดับเดิมไว้ก่อน ส่วนการประชุมของ กนงในช่วงที่เหลือของปีนี้ ควรพิจารณาปัจจัยเกี่ยวกับความผันผวนของตลาดโลก ต้องดูปัจจัยต่างๆ ทั้งหมดประกอบกัน หากยังไม่มีความจำเป็นใดๆ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ควรจะนิ่ง ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลง นสกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังและโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องการนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการขยายตัว แม้ว่าเศรษฐกิจจะขยายได้ดีขึ้น ซึ่ง กนงควรจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ไว้เท่าเดิม เพราะตอนนี้ยังไม่มีแรงกดดันเรื่องเงินอัตราเงินเฟ้อสูง กนงจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการใช้นโยบายการคลัง ที่มีการเร่งการใช้จ่ายและการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กนงได้ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอย่างชัดเจน โดยมีข้อความเพิ่มเติมในผลการประชุมคราวนี้ว่า แต่การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบันจะทยอยลดความจำเป็นลง ซึ่งไม่มีในการประชุมครั้งก่อน ทำให้ทาง Krungthai Macro Research คาดการณ์ว่า กนงจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมในเดือน ธคนี้ 025% ต่อปี จากปัจจุบันที่ 15% ต่อปี เป็น 175% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากว่า 3 ปี นับตั้งแต่เมษายน 2558 และดอกเบี้ยขาขึ้นครั้งสุดท้ายคือช่วง 2553-2554 การส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนมีการเตรียมตัวก่อนจึงจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่เริ่มกระจายตัวที่ดีขึ้นในระยะหลัง ขณะที่ปัจจัยภายนอก ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และความผันผวนในตลาดเงิน ตลาดทุนของตลาดเกิดใหม่ ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการส่งออกลดลง วันเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายทำงานให้ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เตรียมมาตรการดูแลการส่งออก หากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีสินค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นการเตรียมการเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท และยังได้ขอให้เน้นการผลักดันธุรกิจบริการให้เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นภาคธุรกิจที่ใหญ่ และสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศได้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะเรียกประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก ที่จะเดินทางมาร่วมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ในวันที่ 19-21 ตค2561 เพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกและปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออก โดยเฉพาะสงครามการค้าที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ โดยเบื้องต้นคาดว่าการส่งออกสินค้าไทยปี 2561 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% แต่จะมีการปรับเป้าหมายใหม่หรือไม่ ต้องรอการประเมินก่อน และจะประเมินตัวเลขส่งออกของปี 2562 ด้วย นสพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค) กล่าวถึงผลการวิเคราะห์กรณีสหรัฐใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้าจีน 5,745 รายการ ในอัตรา 10% มูลค่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กย2561 ก่อนปรับเป็น 25% ในวันที่ 1 มค2562 ว่า ไทยมีศักยภาพส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นหลายรายการ ได้แก่ ข้าวสี ยางแท่ง มะพร้าว ฝรั่ง มะม่วง มังคุด น้ำผึ้งธรรมชาติ กรดซิตริก เครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นต้น ทั้งนี้ จีนได้ประกาศตอบโต้สหรัฐ โดยจะขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ 5,207 รายการ ในอัตรา 5-25% มูลค่ารวม 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง สนคจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบและโอกาสของไทยต่อไป สนคประเมินว่าสงครามการค้ายังไม่มีทีท่ายุติในระยะอันใกล้ แต่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานรัฐ ภาควิชาการ และความมั่นคง มาร่วมหารือเพื่อกำหนดจุดยืนที่เหมาะสมในช่วงที่เกิดสงครามการค้า และกำหนดแนวทางการรับมือที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับไทยแล้ว โดยได้ข้อสรุปว่า ไทยควรให้ความสำคัญกับการหาพันธมิตรทางการค้า และต้องระวังในประเด็นด้านความมั่นคงที่จะเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้น จึงต้องเตรียมรับมือ และควรใช้โอกาสเป็นประธานอาเซียนปี 2562 ผลักดันกลไกที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้อาเซียน นสพิมพ์ชนก กล่าว

นักโทษ Roso 2021-08-02 13:11:29

กนงเสียงแตก 5 ต่อ 2 คงดอกเบี้ยนโยบาย 15% จับตาสงครามการค้า-เลือกตั้ง ขุนคลัง ส่งซิกยังไม่เหมาะขึ้น ดบถึงสิ้นปี กรุงไทยคาดปรับเพิ่ม 025% ธค สมคิด สั่งพาณิชย์หามาตรการรับมือส่งออก หวั่นศึกสหรัฐ-จีนยืดเยื้อ เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง) เปิดเผยภายหลังการประชุม กนง ว่า ที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 150% ต่อปี โดยกรรมการส่วนใหญ่ยังต้องการให้คงดอกเบี้ยไว้ เพราะเห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจและสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่มีแรงส่งต่อเนื่อง โดยการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงบ้างจากนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องจากปัจจัยด้านรายได้ และการจ้างงานที่ปรับดีขึ้น แต่หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้การฟื้นตัวมีความค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวน้อยกว่าที่ประเมินไว้ นายจาตุรงค์กล่าวว่า กนงมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยประเมินว่าปี 2561 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 44% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 9% การลงทุนภาครัฐอยู่ที่ 61% ลดลงจากเดิมที่ 89% การลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ 37% การบริโภคภาคเอกชนอยู่ 42% และจำนวนนักท่องเที่ยว 383 ล้านคน ส่วนในปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 42% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 43% ลดลงจากเดิมที่ 5% จากผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยว 406 ล้านคน เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนอยู่ 2 เรื่องที่ต้องติดตามในระยะต่อไป คือ 1นโยบายกีดกันทางการค้า ที่สุดท้ายแล้วจะต้องดูว่าได้ข้อตกลงที่ชัดเจนหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจไทย และจะเห็นผลกระทบชัดเจนในปี 2562 และจะมีผลกระทบมากขึ้นในปี 2563-2564 และ 2การจัดการเลือกตั้งทั่วไป ที่สุดท้ายแล้วต้องดูว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งประมาณการล่าสุดยังไม่ได้รวมปัจจัยด้านการเลือกตั้งเข้าไป นายจาตุรงค์ ระบุ เลขานุการ กนงกล่าวว่า ความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากๆ จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่ง กนงไม่ได้บอกว่าจะเลิกนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากๆ ในช่วงใด ซึ่งในการประชุม กนงทุกครั้งจะมีการอัพเดตตัวเลข ข้อมูลทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้ที่ประชุมพิจารณา ทั้งนี้ ปัจจุบันภาวะการเงินโดยรวมยังมีเสถียรภาพ แต่ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ นอกจากเรื่องสงครามการค้า ที่ให้น้ำหนักมากที่สุด เช่น พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยที่ส่งผลให้มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อลดลง ตลอดจนหนี้ครัวเรือนที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังคงไม่สามารถไปสั่งการเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ กนงได้ แต่อยากให้พิจารณาถึงจังหวะและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศตอนนี้ด้วยว่า จังหวะแบบนี้ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ควรจะยืนในระดับเดิมไว้ก่อน ส่วนการประชุมของ กนงในช่วงที่เหลือของปีนี้ ควรพิจารณาปัจจัยเกี่ยวกับความผันผวนของตลาดโลก ต้องดูปัจจัยต่างๆ ทั้งหมดประกอบกัน หากยังไม่มีความจำเป็นใดๆ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ควรจะนิ่ง ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลง นสกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังและโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องการนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการขยายตัว แม้ว่าเศรษฐกิจจะขยายได้ดีขึ้น ซึ่ง กนงควรจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ไว้เท่าเดิม เพราะตอนนี้ยังไม่มีแรงกดดันเรื่องเงินอัตราเงินเฟ้อสูง กนงจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการใช้นโยบายการคลัง ที่มีการเร่งการใช้จ่ายและการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กนงได้ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอย่างชัดเจน โดยมีข้อความเพิ่มเติมในผลการประชุมคราวนี้ว่า แต่การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบันจะทยอยลดความจำเป็นลง ซึ่งไม่มีในการประชุมครั้งก่อน ทำให้ทาง Krungthai Macro Research คาดการณ์ว่า กนงจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมในเดือน ธคนี้ 025% ต่อปี จากปัจจุบันที่ 15% ต่อปี เป็น 175% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากว่า 3 ปี นับตั้งแต่เมษายน 2558 และดอกเบี้ยขาขึ้นครั้งสุดท้ายคือช่วง 2553-2554 การส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนมีการเตรียมตัวก่อนจึงจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่เริ่มกระจายตัวที่ดีขึ้นในระยะหลัง ขณะที่ปัจจัยภายนอก ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และความผันผวนในตลาดเงิน ตลาดทุนของตลาดเกิดใหม่ ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการส่งออกลดลง วันเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายทำงานให้ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เตรียมมาตรการดูแลการส่งออก หากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีสินค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นการเตรียมการเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท และยังได้ขอให้เน้นการผลักดันธุรกิจบริการให้เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นภาคธุรกิจที่ใหญ่ และสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศได้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะเรียกประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก ที่จะเดินทางมาร่วมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ในวันที่ 19-21 ตค2561 เพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกและปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออก โดยเฉพาะสงครามการค้าที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ โดยเบื้องต้นคาดว่าการส่งออกสินค้าไทยปี 2561 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% แต่จะมีการปรับเป้าหมายใหม่หรือไม่ ต้องรอการประเมินก่อน และจะประเมินตัวเลขส่งออกของปี 2562 ด้วย นสพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค) กล่าวถึงผลการวิเคราะห์กรณีสหรัฐใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้าจีน 5,745 รายการ ในอัตรา 10% มูลค่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กย2561 ก่อนปรับเป็น 25% ในวันที่ 1 มค2562 ว่า ไทยมีศักยภาพส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นหลายรายการ ได้แก่ ข้าวสี ยางแท่ง มะพร้าว ฝรั่ง มะม่วง มังคุด น้ำผึ้งธรรมชาติ กรดซิตริก เครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นต้น ทั้งนี้ จีนได้ประกาศตอบโต้สหรัฐ โดยจะขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ 5,207 รายการ ในอัตรา 5-25% มูลค่ารวม 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง สนคจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบและโอกาสของไทยต่อไป สนคประเมินว่าสงครามการค้ายังไม่มีทีท่ายุติในระยะอันใกล้ แต่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานรัฐ ภาควิชาการ และความมั่นคง มาร่วมหารือเพื่อกำหนดจุดยืนที่เหมาะสมในช่วงที่เกิดสงครามการค้า และกำหนดแนวทางการรับมือที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับไทยแล้ว โดยได้ข้อสรุปว่า ไทยควรให้ความสำคัญกับการหาพันธมิตรทางการค้า และต้องระวังในประเด็นด้านความมั่นคงที่จะเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้น จึงต้องเตรียมรับมือ และควรใช้โอกาสเป็นประธานอาเซียนปี 2562 ผลักดันกลไกที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้อาเซียน นสพิมพ์ชนก กล่าว

ฮ่า ดู หยวน 2021-08-02 13:11:29

โซเชียลระอุ! ป้อมเกาะโต๊ะขอตำแหน่ง VS แม้วเกาะแข้งเกาะขาขอสัมปทาน 19 กันยายน พศ 2561 เวลา 21:33 น , สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านทูตนริศโรจน์ ท่านทำหน้าที่ของตัวแทนประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด มีอะไรที่ดีเกี่ยวกับความเป็นไทย ท่านชี้แจงกับต่างชาติได้อย่างน่าชื่นชม เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างดีเยี่ยม ท่านเห็นถึงคุณค่าในทุกๆ อย่าง ทุกๆ รายละเอียดของความเป็นไทย เราภูมิใจในตัวท่านมาก และกราบขอบพระคุณท่านที่ให้เกียรติเชิญทีมงานของเรามาที่นี่ พร้อมทั้งดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี รวมถึงคณะทีมงานของท่านก็น่ารักและขยันขันแข็งกันทุกคน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยครับ 。 สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านทูตนริศโรจน์ ท่านทำหน้าที่ของตัวแทนประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด มีอะไรที่ดีเกี่ยวกับความเป็นไทย ท่านชี้แจงกับต่างชาติได้อย่างน่าชื่นชม เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างดีเยี่ยม ท่านเห็นถึงคุณค่าในทุกๆ อย่าง ทุกๆ รายละเอียดของความเป็นไทย เราภูมิใจในตัวท่านมาก และกราบขอบพระคุณท่านที่ให้เกียรติเชิญทีมงานของเรามาที่นี่ พร้อมทั้งดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี รวมถึงคณะทีมงานของท่านก็น่ารักและขยันขันแข็งกันทุกคน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยครับ 。

สีมายี่จงดา 2021-08-02 13:11:29

เหยื่อแชร์ลูกโซ่กว่า 40 คนขึ้นโรงพักขอนแก่น แจ้งจับเจ้ามือฉ้อโกงเงินเปิดวงแชร์ในไลน์และเฟซบุ๊ก กลุ่มมั่งคั่งร่ำรวย แต่สุดท้ายชิ่งหนี สูญเงินร่วม 20 ล้านบาท อ้างนายทุนใหญ่โดนเล่นงาน คาดเอี่ยวขบวนการ สุทิพย์ เพราะแชร์ล้มในช่วง บิ๊กโจ๊ก กวาดล้างหนัก เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ สภเมืองขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่ พตทจิรัฐเกียรติ สอนวิเศษ รอง ผกก (สอบสวน) สภเมืองขอนแก่น กำลังปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรประจำวัน ได้มีผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่รวมกว่า 40 คน เดินทางมาเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องฐานฉ้อโกงประชาชน หลังร่วมลงทุนไปรวมกว่า 20 ล้านบาท แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และหลบหนีไปโดยไม่ยอมจ่ายเงินคืน โดยในช่วงที่ไม่สามารถติดต่อได้นั้น เป็นช่วงเดียวกันกับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับ พลตตสุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตรอง ผบชสกพ (รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีการยึดอายัดสมุดบัญชี รวมทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จนอาจเป็นสาเหตุให้ถูกฉ้อโกงได้ นสมัทนียา แสนจันทร์ฮาม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ 10 ตโนทอง อหนองเรือ จขอนแก่น กล่าวว่า ได้ร่วมลงทุนด้วยการเล่นแชร์แจกดอกกับกลุ่มชื่อ มั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งเป็นวงแชร์ที่รู้จักกันในกลุ่มเพื่อนผ่านไลน์และเฟซบุ๊ก โดยกลุ่มดังกล่าวเปิดเล่นแชร์มานานกว่า 2 ปี มีสมาชิกทั้งหมด 162 คน มีทั้งทหาร ตำรวจ และนักธุรกิจร่วมลงทุนกัน โดยเล่นแชร์ดังกล่าวมาเมื่อช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยเจ้าของเพจและนายทุนเป็นนักธุรกิจในพื้นที่ จขอนแก่น ปันผลในอัตราการลงทุนขั้นต่ำ 20,000 บาท จ่ายเงินต้นและดอกภายใน 20 วัน จะได้รับดอกเบี้ย 5,500 บาท ซึ่งจะทยอยจ่ายกันทุก 2 วัน จึงตัดสินใจทยอยลงทุนไปอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 กยที่ผ่านมา เป็นเงินต้น 488,000 บาท โดยในวันที่ 10 กย เจ้ามือและเพจดังกล่าวก็ปิดตัวไปไม่สามารถติดต่อได้เลย พอเพจดังกล่าวปิดตัวไปและไม่มีการจ่ายเงินเหมือนที่ผ่านมา จึงได้สอบถามกลุ่มเพื่อนที่เล่นด้วยกัน เบื้องต้นพบว่า 40 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวขอนแก่น ก็ไม่ได้รับเงินต้นและดอกเบี้ยเช่นกัน วงเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว และในช่วงที่เจ้ามือหายตัวไปและหอบเงินหนีไปนั้น เป็นช่วงที่คดีความของ พลตตสุทิพย์มีการสอบสวน เอาผิดผู้ร่วมขบวนการ มีการยึดอายัดและตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน จึงเชื่อว่าน่าจะเข้าข่าย เพราะเจ้าของเพจบอกครั้งสุดท้ายว่านายใหญ่เป็นคนดูแล โดยส่วนตัวนอกจากการเล่นแชร์ลูกโซ่ในเพจดังกล่าวแล้ว ยังคงมีการเล่นกับเพจร่ำรวยจัง ที่มีข้าราชการตำรวจในสังกัด ภจวฉะเชิงเทราเป็นนายทุนใหญ่ด้วย โดยลงทุนไป 100,000 บาท ก็ไม่ได้รับเงินต้นและดอกเบี้ยกลับคืนในช่วงที่มีการตรวจสอบคดี พลตตสุทิพย์เช่นกัน ดังนั้นเมื่อ พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ระบุว่า หากมีประชาชนที่เสียหายที่อาจจะเชื่อมโยงคดีให้มาแจ้งความ วันนี้ผู้เสียหายประมาณ 40 คนได้พร้อมใจกันมาแจ้งความเพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และคาดหวังว่าตำรวจจะติดตามเงินกลับคืนให้กับพวกเราด้วย ขณะที่ นสชนิตา วีระวัฒน์ อายุ 28 ปี ชาว อน้ำพอง จขอนแก่น หนึ่งในผู้เสียหายที่มาแจ้งความ กล่าวว่า เริ่มเล่นแชร์ในวงที่ชื่อกลุ่มมั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งเจ้าของเพจมีบ้านในพื้นที่ อเมืองขอนแก่น เป็นเจ้ามือแชร์ ระยะแรกมีการโอนเงินเข้าบัญชีให้ 2 วันต่อครั้ง เมื่อครบ 20 วัน วงแชร์ก็จะปิดแล้วเริ่มต้นใหม่ โดยส่วนตัวร่วมเล่นแชร์ไปทั้งหมด 1,500,000 บาท แล้วแชร์ก็ล้มไปเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา และไม่สามารถติดต่อเจ้ามือแชร์ได้ จึงรวมตัวเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองขอนแก่น ในครั้งนี้ เชื่อว่าที่แชร์ล้มอาจจะเชื่อมโยงกับคดีสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องที่เป็นข้าราชการตำรวจและเครือข่าย 17 คนก็เป็นได้ เพราะหลังแชร์ล้ม เจ้ามือแจ้งกับสมาชิกว่านายทุนใหญ่ถูกยึดเงินไป จึงจะค่อยๆ ทยอยจ่ายคืน แต่สมาชิกไม่เชื่อ เพราะหลังจากเจ้ามือหนีหาย ติดต่อไม่ได้ จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภเมืองขอนแก่น ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย นสชนิตากล่าว, รศทพญดรนวรัตน์ วราอัศวปติ เจริญ รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ มขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และเป็นเวลากว่า 55 ปีที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นอุทิศให้กับการให้ความรู้วิชาการแก่นักศึกษาให้เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงทุกส่วนของสังคมที่พวกเขาให้บริการ คณะแพทยศาสตร์เป็นหนึ่งในคณะที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของเรา และเป็นความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง เพราะคณะแพทยศาสตร์มุ่งมั่นที่จะอยู่ในระดับแนวหน้าในการดูแลผู้ป่วย การนำ Data Analytic ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ข้อมูลเทคโนโลยีด้านสารสนเทศมาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยในการบริหารดูแลด้านสุขภาพ (Health Care) สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการพัฒนาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของเราให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ชาญฉลาด ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพแก่ประชากรในประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะได้มีโอกาสสร้างเครือข่ายด้านดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกันคือ การดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นสำหรับผู้สูงอายุ 。ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำพากษาจำเลย 8 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้รวม 2 สำนวน โดยสำนวนแรก ศาลยกฟ้องนายบุญเฉลียว หรือเอส จันทร์พิมพ์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างรับส่งผู้เสียหายระหว่างที่พักกับที่ทำงานสถานอาบอบนวด โดยไม่ทราบว่าผู้เสียหายนั้นมีอายุเท่าใด และจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาค้าประเวณี ส่วนนายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี ในฐานะผู้มีอำนาจบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการ ผู้จัดการสถานบริการ อาบอบนวด วิคตอเรียซีเครทจำเลยที่ 3 นั้น ให้จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ฐานร่วมเป็นเจ้าของหรือควบคุมค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีสำหรับ นสศศิธร วิระเทพสุภรณ์ จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วน ในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก) อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการนั้น มีความผิดแต่ศาลให้ลงโทษสถานเบาเนื่องจากเป็นการกระทำโดยส่วนตัวไม่ใช่โดย หจกให้จำคุก 8 เดือน และให้ยกฟ้อง หจกอมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 ให้จำคุก 6 ปี นายเดชา หรือหนู สิงห์สาครเดชา จำเลยที่ 6 ซึ่งได้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยจำเลยเป็นขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทมไป อสะเดา จสงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ ศาลให้ยกฟ้องข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์จำเลยทั้งหมด เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษได้。

Cen Shen 2021-08-02 13:11:29

กนงเสียงแตก 5 ต่อ 2 คงดอกเบี้ยนโยบาย 15% จับตาสงครามการค้า-เลือกตั้ง ขุนคลัง ส่งซิกยังไม่เหมาะขึ้น ดบถึงสิ้นปี กรุงไทยคาดปรับเพิ่ม 025% ธค สมคิด สั่งพาณิชย์หามาตรการรับมือส่งออก หวั่นศึกสหรัฐ-จีนยืดเยื้อ เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง) เปิดเผยภายหลังการประชุม กนง ว่า ที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 150% ต่อปี โดยกรรมการส่วนใหญ่ยังต้องการให้คงดอกเบี้ยไว้ เพราะเห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจและสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่มีแรงส่งต่อเนื่อง โดยการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงบ้างจากนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องจากปัจจัยด้านรายได้ และการจ้างงานที่ปรับดีขึ้น แต่หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้การฟื้นตัวมีความค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวน้อยกว่าที่ประเมินไว้ นายจาตุรงค์กล่าวว่า กนงมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยประเมินว่าปี 2561 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 44% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 9% การลงทุนภาครัฐอยู่ที่ 61% ลดลงจากเดิมที่ 89% การลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ 37% การบริโภคภาคเอกชนอยู่ 42% และจำนวนนักท่องเที่ยว 383 ล้านคน ส่วนในปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 42% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 43% ลดลงจากเดิมที่ 5% จากผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยว 406 ล้านคน เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนอยู่ 2 เรื่องที่ต้องติดตามในระยะต่อไป คือ 1นโยบายกีดกันทางการค้า ที่สุดท้ายแล้วจะต้องดูว่าได้ข้อตกลงที่ชัดเจนหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจไทย และจะเห็นผลกระทบชัดเจนในปี 2562 และจะมีผลกระทบมากขึ้นในปี 2563-2564 และ 2การจัดการเลือกตั้งทั่วไป ที่สุดท้ายแล้วต้องดูว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งประมาณการล่าสุดยังไม่ได้รวมปัจจัยด้านการเลือกตั้งเข้าไป นายจาตุรงค์ ระบุ เลขานุการ กนงกล่าวว่า ความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากๆ จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่ง กนงไม่ได้บอกว่าจะเลิกนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากๆ ในช่วงใด ซึ่งในการประชุม กนงทุกครั้งจะมีการอัพเดตตัวเลข ข้อมูลทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้ที่ประชุมพิจารณา ทั้งนี้ ปัจจุบันภาวะการเงินโดยรวมยังมีเสถียรภาพ แต่ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ นอกจากเรื่องสงครามการค้า ที่ให้น้ำหนักมากที่สุด เช่น พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยที่ส่งผลให้มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อลดลง ตลอดจนหนี้ครัวเรือนที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังคงไม่สามารถไปสั่งการเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ กนงได้ แต่อยากให้พิจารณาถึงจังหวะและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศตอนนี้ด้วยว่า จังหวะแบบนี้ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ควรจะยืนในระดับเดิมไว้ก่อน ส่วนการประชุมของ กนงในช่วงที่เหลือของปีนี้ ควรพิจารณาปัจจัยเกี่ยวกับความผันผวนของตลาดโลก ต้องดูปัจจัยต่างๆ ทั้งหมดประกอบกัน หากยังไม่มีความจำเป็นใดๆ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ควรจะนิ่ง ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลง นสกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังและโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องการนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการขยายตัว แม้ว่าเศรษฐกิจจะขยายได้ดีขึ้น ซึ่ง กนงควรจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ไว้เท่าเดิม เพราะตอนนี้ยังไม่มีแรงกดดันเรื่องเงินอัตราเงินเฟ้อสูง กนงจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการใช้นโยบายการคลัง ที่มีการเร่งการใช้จ่ายและการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กนงได้ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอย่างชัดเจน โดยมีข้อความเพิ่มเติมในผลการประชุมคราวนี้ว่า แต่การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบันจะทยอยลดความจำเป็นลง ซึ่งไม่มีในการประชุมครั้งก่อน ทำให้ทาง Krungthai Macro Research คาดการณ์ว่า กนงจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมในเดือน ธคนี้ 025% ต่อปี จากปัจจุบันที่ 15% ต่อปี เป็น 175% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากว่า 3 ปี นับตั้งแต่เมษายน 2558 และดอกเบี้ยขาขึ้นครั้งสุดท้ายคือช่วง 2553-2554 การส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนมีการเตรียมตัวก่อนจึงจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่เริ่มกระจายตัวที่ดีขึ้นในระยะหลัง ขณะที่ปัจจัยภายนอก ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และความผันผวนในตลาดเงิน ตลาดทุนของตลาดเกิดใหม่ ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการส่งออกลดลง วันเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายทำงานให้ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เตรียมมาตรการดูแลการส่งออก หากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีสินค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นการเตรียมการเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท และยังได้ขอให้เน้นการผลักดันธุรกิจบริการให้เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นภาคธุรกิจที่ใหญ่ และสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศได้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะเรียกประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก ที่จะเดินทางมาร่วมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ในวันที่ 19-21 ตค2561 เพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกและปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออก โดยเฉพาะสงครามการค้าที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ โดยเบื้องต้นคาดว่าการส่งออกสินค้าไทยปี 2561 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% แต่จะมีการปรับเป้าหมายใหม่หรือไม่ ต้องรอการประเมินก่อน และจะประเมินตัวเลขส่งออกของปี 2562 ด้วย นสพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค) กล่าวถึงผลการวิเคราะห์กรณีสหรัฐใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้าจีน 5,745 รายการ ในอัตรา 10% มูลค่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กย2561 ก่อนปรับเป็น 25% ในวันที่ 1 มค2562 ว่า ไทยมีศักยภาพส่งออกสินค้าทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นหลายรายการ ได้แก่ ข้าวสี ยางแท่ง มะพร้าว ฝรั่ง มะม่วง มังคุด น้ำผึ้งธรรมชาติ กรดซิตริก เครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นต้น ทั้งนี้ จีนได้ประกาศตอบโต้สหรัฐ โดยจะขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ 5,207 รายการ ในอัตรา 5-25% มูลค่ารวม 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง สนคจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบและโอกาสของไทยต่อไป สนคประเมินว่าสงครามการค้ายังไม่มีทีท่ายุติในระยะอันใกล้ แต่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานรัฐ ภาควิชาการ และความมั่นคง มาร่วมหารือเพื่อกำหนดจุดยืนที่เหมาะสมในช่วงที่เกิดสงครามการค้า และกำหนดแนวทางการรับมือที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับไทยแล้ว โดยได้ข้อสรุปว่า ไทยควรให้ความสำคัญกับการหาพันธมิตรทางการค้า และต้องระวังในประเด็นด้านความมั่นคงที่จะเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้น จึงต้องเตรียมรับมือ และควรใช้โอกาสเป็นประธานอาเซียนปี 2562 ผลักดันกลไกที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้อาเซียน นสพิมพ์ชนก กล่าว, คิมกล่าวว่า ความตกลงที่เขาและมุนลงนามกันในวันพุธแบกความหวังใหม่ของประชาชน และความปรารถนาอันแรงกล้าของประชาชนเรื่องการรวมชาติสองเกาหลี。 ตรงนี้เองถือเป็นแนวคิดที่ดีของรัฐบาลในการดึงผู้มีรายได้น้อยจำนวน 6 ล้านคน ให้สมัครเป็นสมาชิก กอช เพื่อรับโอนเงิน 1% ของเงินชดเชยเข้าบัญชีเพื่อเป็นเงินออม นั่นกลายเป็นการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยรู้จักการออมเงินเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง ขณะที่ กอชเองก็เรียกว่าส้มหล่น! ได้สมาชิกเพิ่มขึ้นอีกถึง 6 ล้านราย จากปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ประมาณ 5 แสนกว่ารายเท่านั้น。

Shangyu Wang Dixin 2021-08-02 13:11:29

โดยวัย-โดยสังขารโดยอายุ อานาม ของ นายใหญ่ ช่วงนี้ ก็น่าจะประมาณ 69 ย่าง 70 ปี ถ้าเทียบกันตาม มาตรฐานมหาธีร์ นายกรัฐมนตรีที่แก่สุดในโลกแห่ง เสือเหลือง-มาเลย์ ก็น่าจะยังมีเวลาเหลืออีกถึง 23-24 ปี พอที่จะสู้ตาย หรือสู้จนกว่าจะหมดลมปราณ ตามเจตนารมณ์และปณิธาน ว่าด้วยเรื่อง วอร์ และ แบทเทิล ที่เคยว่าๆ เอาก่อนหน้านี้, เรื่องมันสืบเนื่องจาก บิ๊กป้อม สวนกลับ ทักษิณ จากโพสต์ครบรอบ ๑๒ ปีรัฐประหาร คมชเมื่อวันก่อน ที่ บิ๊กป้อม บอกว่า。เมื่ออันวาร์เผยบทสนทนากับนาจิบ คืนวันเลือกตั้งพลิกแผ่นดิน 20 กันยายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

mega888 ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| สล็อต xo1️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ 100 ทํา 200 ถอน ได้ 1001️⃣LOOK618| 8bit xo1️⃣M98| slotxo69 th1️⃣LOOK618| เว็บ คา สิ โน ออนไลน์ ได้ เงิน จริง1️⃣M98| alpha88 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต ฟรี เครดิต 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| เว็บ สล็อต ยอด นิยม 2021 1️⃣2021| สมัคร gclub net1️⃣LOOK618| panda777 ios1️⃣M98| slot ฉลาม1️⃣LOOK618| ฝาก 30 รับ 100 วอ เลท joker1️⃣LOOK618| https slotx89 com login1️⃣LOOK618| wm casino เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| เค ดิ ต ฟรี ยืนยัน otp1️⃣M98| เครดิต หวย ฟรี 2001️⃣LOOK618| slotxo 011 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 30 บาท ไม่ ต้อง ฝาก ไม่xo1681️⃣M98| เว ป คา สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| สล็อต 918 ฝาก ขั้น ต่ํา 1 บาท1️⃣LOOK618| aladdin slotxo1️⃣M98| สมัคร จี คลับ คา สิ โน1️⃣LOOK618| เว็บ เซ็กซี่ บา คา ร่า1️⃣LOOK618| joker ทดลอง1️⃣LOOK618| วิธี ได้ อั่ ง เปา 918kiss1️⃣M98| บา ค่า ร่า 1168 1️⃣2021| ฝาก 20 รับ 100 ถอน ไม่ จํา กัด ล่าสุด 1️⃣2021| 918kiss เทิน 1 เท่า1️⃣M98| slot ฟรี 1001️⃣M98| สล็อต ใน เพส โต ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| สมัคร gclub slot1️⃣LOOK618| บา คา ร่า วอ เลท ufa1911️⃣LOOK618| gclub v21️⃣M98| เกม ยิง ปลา เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| แจก เครดิต บา คา ร่า ฟรี ไม่ ต้อง ฝากเครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 20191️⃣M98| ทดลอง เล่น สล็อต ฟรี live221️⃣M98| เข้า sa gaming ไม่ ได้ 1️⃣2021| เข้า เล่น เกม สล็อต 1️⃣2021| สล็อต jdb แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| บา คา ร่า เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| ฝาก 15 รับ 100 ล่าสุด 1️⃣2021| ฝาก 20 รับ 100 วอ เลท 20201️⃣M98| fifa55 เครดิต ฟรี 10001️⃣M98| slot ฝาก 100 ได้ 100 1️⃣2021| mgm คา สิ โน1️⃣LOOK618| ฝาก 100 รับ 200 ถอน ไม่ อั้น pg1️⃣M98| สล็อต โจ๊ก เกอร์ เติม true wallet ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 1001️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 200 ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| สมัคร สล็อต 16881️⃣LOOK618| pg รับ วอ ล เลท 1️⃣2021| ค่าย เกม สล็อต pg1️⃣LOOK618| slotxo qs1️⃣M98| เกม สล็อต ค่าย ใหม่1️⃣M98| slot แตก ง่าย 20201️⃣M98| เกมส์ สล็อต 1681️⃣M98| pg เครดิต ฟรี1️⃣M98| สล็อต ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| 88sco คา สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี กีฬา1️⃣LOOK618| สล็อต เว็บ ใหญ่ pg1️⃣M98| เว็บ slot อันดับ 11️⃣M98| ฝาก 19 บาท รับ 1001️⃣M98| ทาง เข้า เล่น pg1️⃣M98| วิธี สมัคร บา ค่า ร่า w881️⃣LOOK618| เช็ ก ซี่ บา คา ล่า1️⃣M98| สล็อต ยอด นิยม 1️⃣2021| avenger98 slotpg เครดิต ฟรี 1️⃣2021| สล็อต pg 168 1️⃣2021| betg8 slot1️⃣LOOK618| ฝาก 88 รับ 300 xo 1️⃣2021| gclub sport888 1️⃣2021| เว็บ บา คา ร่า 20201️⃣M98| imiwin7791️⃣LOOK618| สมัคร บา คา ร่า รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| betway เครดิต ฟรี 1001️⃣LOOK618| ib888 สมัคร สมาชิก1️⃣M98| slotxo 888 th1️⃣LOOK618| avenger98 download1️⃣M98| บา คา ร่า sbobet1️⃣M98| เล่น joker slot1️⃣M98| ak47bet1️⃣M98| live22 ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| เข้า เกม xo1️⃣LOOK618| roma ฟรี1️⃣M98| 918kiss auto เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| pay69 game 1️⃣2021| slot ฝาก 50 รับ 1501️⃣M98| ฟรี คา สิ โน1️⃣M98| ฝาก วอ ล เลท 10 รับ 1001️⃣M98| เสือ มังกร จี คลับ1️⃣M98| เว็บ ทดลอง เล่น สล็อต1️⃣LOOK618| ฝาก 20 รับ 100 ไม่ ต้อง ทํา เทิ ร์ น1️⃣M98|